เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย​ พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน (กกร.) และคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน อาทิ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์, นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, นายมานะ นิมิตมงคล ร่วมกันแถลงชี้แจงประเด็นผลการสำรวจของภาคเอกชน ที่ระบุว่าการคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ว่า ผลการศึกษาของภาคเอกชน​ และดำเนินการตามหลักวิชาการที่ได้รับการรับรอง และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และธนาคารโลก

นายปกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ​โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย​ เรื่องการอำนวยความสะดวก การอนุมัติอนุญาต​ และการให้บริการภาครัฐ ซึ่งอยู่ในชั้นกรรมการ โดยคณะกรรมการ​กฤษฎีกา​เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย และทำตามกฎหมาย ตรวจสอบนอมินี และการตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำรายงานเสร็จเรียบร้อย และจะเสนอต่อ ครม. ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอะไรบ้าง

เมื่อถามว่า ที่มีการเสนอข่าวว่านายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับผลการสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้อง ดำเนินคดีกับผู้สำรวจ และเปิดเผยผลการสำรวจ นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนมาชี้แจงกับประชาชน และสื่อมวลชนว่า​ คำถามได้รับ​ ณ เวลานั้นคือคำถามสั้นๆ​ จึงพูดตามหลักกฎหมายว่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหา​ และคิดว่าตัวเองเสียหายก็มีสิทธิที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล เช่น กรณีที่มีการกล่าวหาว่าอาจกระทำการทุจริต ก็ให้ไปพิสูจน์กันในศาล

พร้อมยืนยันว่า​ ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปาก เพียงแต่หากมีกรณีที่เกิดความเสียหายเกิดขึ้น ก็ควรจะไปดำเนินการทำคดีทางศาล​ ซึ่งพูดตามหลักทั่วไปของกฎหมายละเมิด เพื่อเป็นการพิสูจน์ไม่ได้สนับสนุนให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดี หรือมีคำสั่งฟ้องร้องดำเนินคดีต่อใคร ในช่วงเช้าวันที่ 20 พ.ค. ​นี้ นายกรัฐมนตรีจะประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้ และมอบนโยบายต่อไป 

นายปกรณ์​ ยังกล่าวอีกว่า​ ในวันนี้ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 174/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านทุจริต หรือ​ (คตท.​) โดยมีนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธาน​ และมีตนเป็นรองประธาน ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้แทนสภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสมาคมธนาคารไทย และสมาคมการต่อต้านคอร์รัปชัน​ สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทยเพื่อผลักดันเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ

นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ การกล่าวหาว่ามีการกระทำความทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายของคนปกติ​ มีสิทธิที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น แต่ในกรณีที่เป็นรัฐบาลทำนองว่า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือภาคส่วนต่างๆ เป็นไปเพื่อนำมาปรับปรุง หรือพัฒนากระบวนการทำงานของภาครัฐไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา ยืนยันว่า เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่บางทีการสื่อสารอาจจะใช้อารมณ์ เหมือนกับอยู่ดีๆถูกกล่าวหาว่าทุจริต และความเข้าใจในเรื่องยังไม่มี จึงเกิดความรู้สึก และอารมณ์ขึ้นมา แต่ตนขอกราบตรงๆ ว่า ไม่มี รัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะฟ้องเอกชนเพื่อปิดปาก เพียงแต่นำคดีขึ้นสู่ศาลเป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะนำความจริงมาพูดกัน แต่ไม่ได้มีนโยบายว่าจะฟ้องใคร 

อย่างไรก็ตาม ทาง กกร. ยืนยันว่า ตอนนี้กรมควบคุมมลพิษได้มีการทำหนังสือขอข้อมูลการทำผลสำรวจทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว