เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ จ.ยะลา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้พบปะหารือกับเครือข่ายนักธุรกิจชายแดนใต้ เพื่อแสวงหาลู่ทางในการยกระดับความร่วมมือการพัฒนาความเชื่อมโยงการค้าชายแดน โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัญหาภาคใต้มีมิติทั้งเรื่องของความมั่นคง การพัฒนาพื้นที่ มิติอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ความเป็นธรรม และมิติการเจรจาเพื่อนำไปสู่สันติภาพ แต่หัวใจ คือ ความมั่นคง ความมั่งคั่ง ต้องไปด้วยกัน เราจะทำงานเรื่องของความมั่งคั่งไม่ได้ ถ้าไม่มีภาคเอกชน โดยในส่วนของภาครัฐได้พูดคุยถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงรถไฟ ซึ่งเราทำได้ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ภาคเอกชนได้ทำงาน เพราะการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ต้องมีประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเพิ่มโอกาสให้กับประชาชน ทั้งเรื่องการศึกษา การทำมาหากิน ซึ่งทุกคนเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐที่ทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกมิติหนึ่งที่ตนพยายามเข้ามาช่วย คือ การเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย เพราะจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์มาก มีศักยภาพสูง ถ้ามีความมั่นคง มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก็จะไปได้ไกล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมาเลเซียสนใจในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกับประเทศไทย ที่ต้องการสร้างความเชื่อมโยงระบบราง ระบบขนส่งทางบก เพื่อนำไปสู่จีน ดังนั้น การทำงานหลังจากนี้ต้องทำงานอย่างบูรณาการ ซึ่งตนจะลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้บ่อยขึ้น เพื่อมาพูดคุยกับ ศอ.บต. ว่าโครงการต่างๆ มีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ต้องการการสนับสนุนอะไร จึงอยากมารับฟัง และช่วยขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งในมิติความมั่นคง มั่งคั่ง เพื่อที่จะได้นำความอยู่ดีกินดีมาสู่จังหวัดภาคใต้
ด้านตัวแทนภาคธุรกิจ กล่าวว่า การที่รองนายกรัฐมนตรีมาพบปะหารือเครือข่ายธุรกิจครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งภาคธุรกิจในพื้นที่พร้อมที่จะสนับสนุน และเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การสร้างงาน สร้างรายได้ ตลอดจน การเชื่อมโยงโอกาสทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน พร้อมหวังว่าการรับทราบข้อมูล ข้อเสนอจากภาคเอกชน เป็นจุดเริ่มต้นในความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาใหม่ๆ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ตัวแทนภาคเอกชนได้มีข้อเสนอให้ภาครัฐสนับสนุน และดำเนินการ อาทิ การมุ่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นมากขึ้น ซึ่งจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเป็นฐานการผลิตได้ และมีแรงงานจำนวนมาก อยากให้ภาครัฐสนับสนุนเศรษฐกิจเป้าหมาย สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าถึงได้ หรือปรับปรุงมาตรการ ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจจริง พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีรถไฟรางคู่โดยเร็ว เพื่อเชื่อมต่อกับส่วนกลาง มีแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ใช้การทูตเจรจาส่งเสริมการเปิดพิพิธภัณฑ์อัลกุรอาน เพื่อทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงแก้ปัญหาการศึกษา การว่างงาน ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจในภาคใต้เติบโตอย่างมั่นคง



