เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. …. ด้วยเสียงเห็นชอบ 435 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เป็นฉบับที่สภา ที่ 26 ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว และวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม จึงส่งคืนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมายังสภา เพื่อพิจารณาต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 137 (3) เมื่อที่ประชุมสภาเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ถือว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และจะได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 81 ต่อไป

ก่อนการลงมติ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เสนอโดยสภาชุดที่ผ่านมาโดยพรรคประชาชนและร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีสาระคือทบทวนระบบขอใบอนุญาตให้รวดเร็ว ปิดช่องการทุจริตคอร์รัปชัน

“อดสงสัยไม่ได้ นายกรัฐมนตรี ใส่ใจงานสภาเพราะร่างกฎหมายที่ริเริ่มโดยฝ่ายค้านหรือรัฐสภาชุดก่อน เพราะหากใส่ใจจริง เมื่อถูกถามหน่วยงานเรียกรับสินบนจากใบอนุญาตต่างๆ นายกรัฐมนตรีควรดำเนินการทันที ใช้ประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ.เพื่อทบทวนกระบวนการขอใบอนุญาตที่รวดเร็วและโปร่งใส ควรตอบได้ทันทีว่า เตรียมกฎหมายลูกไว้กี่ฉบับ เพื่อทำให้นำร่างกฎหมายมาใช้ประโยชน์ได้จริง และเห็นนายกฯ ขู่ฟ้องคนทำแบบสำรวจและโยนบาปให้รัฐบาลชุดก่อน” นายพริษฐ์ กล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอว่า หลังจากที่ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวผ่าน ขอให้สภาตั้งคณะทำงานยกร่างหรือกำหนดแนวทางว่าข้อบังคับต่อกรณีที่สภาจะต้องพิจารณาพระราชกฤษฎีกาตามร่างกฎหมายดังกล่าวที่รัฐสภาเสนอ เพราะตนเข้าใจว่าในร่างกฎหมาย ให้รัฐบาลส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการอนุญาต ส่งให้สภาพิจารณาภายใต้กรอบเวลา 30-60 วัน อาจต้องเสนอญัตติและการพิจารณา

โดยนายโสภณ ชี้แจงต่อนายอภิสิทธิ์ว่า สภาได้เตรียมการเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยหาก ครม.เสนอพระราชกฤษฎีกาให้สภา ประธานสภาต้องแจ้งให้ทราบ และหากผู้ใดมีประเด็นเสนอญัตติต่อสภาเพื่อให้พิจารณา ว่าจะมีมติทักท้วงหรือไม่