สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการขยายอายุ “สนธิสัญญาการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและความร่วมมือฉันมิตร” ระหว่างการหารือที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ร่วมการประชุมทวิภาคี ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน


ผู้นำจีนเน้นย้ำว่า สนธิสัญญาฉบับประวัติศาสตร์ที่ลงนามเมื่อ 25 ปีก่อน ถือเป็นรากฐานทางกฎหมายชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด พร้อมชี้ว่า ในยามที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเสี่ยงถอยหลังกลับไปสู่ “กฎแห่งป่า” ที่ไร้ขื่อแป สนธิสัญญาฉบับนี้ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความก้าวหน้าและความเท่าทันสถานการณ์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จับมือกันและแลกเปลี่ยนเอกสาร ระหว่างพิธีลงนามในข้อตกลง ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


ทั้งนี้ จีนพร้อมจับมือรัสเซียค้ำชูเจตนารมณ์ดังกล่าว และขับเคลื่อนการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านร่วมกันต่อไปอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน ผู้นำจีนและผู้นำรัสเซียลงนามร่วมกัน ในแถลงการณ์ร่วม ว่าด้วยการยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งมีการลงนามครั้งแรกเมื่อเดือน ก.พ. 2565 เพียงไม่กี่วันก่อนรัสเซียเปิดฉากสงครามในยูเครน และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามในข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจอีกหลายสิบฉบับ รวมถึงเรื่องพลังงานและการค้า


ด้านปูตินกล่าวระหว่างการแถลงร่วมกับสี หลังเสร็จสิ้นการหารือ ว่าการชำระเงินในระบบการค้าเกือบทั้งหมดระหว่างรัสเซียและจีนในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนมาใช้สกุลเงินรูเบิลและหยวนแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า รัสเซียพร้อมเดินหน้าจัดหาและป้อนพลังงานให้แก่จีนต่อไป


นอกจากนี้ ปูตินยืนยันว่า รัสเซียและจีนมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน ในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน รัสเซียและจีนต่างยึดมั่นและเคารพในนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระของกันและกัน และร่วมกันทำหน้าที่เป็นแกนนำในการสร้างเสถียรภาพบนเวทีการเมืองระดับโลก และทิ้งท้ายว่า การเจรจาในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก.

เครดิตภาพ : REUTERS