สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า นางจาซินทา มาลาร์ และสามีของเธอ ซึ่งเป็นคนเก็บใบชาในเนินเขาตอนกลางของศรีลังกา เป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมชาของประเทศ ที่มีมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49,000 ล้านบาท) และมีคนงานประมาณ 2.4 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม คนงานอย่างมาลาร์ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากชาซีลอนเกือบ 50% ของศรีลังกา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 680 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 22,200 ล้านบาท) ถูกส่งออกไปยังภูมิภาคดังกล่าว

ข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาการส่งออก (อีดีบี) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐของศรีลังกา เผยให้เห็นว่า รายได้จากการส่งออกชาลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วในเดือน มี.ค. เหลือ 114.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,745 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน การส่งออกชาไปยังอิรัก ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด ก็ลดลง 38% ส่วนการส่งออกชาไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ลดลงมากถึง 93%

นอกจากนี้ ความเสียหายต่ออุตสาหกรรมชา อาจทำให้เศรษฐกิจของศรีลังกาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอย่างขัดแย้ง ยิ่งเลวร้ายลงอีก หลังรัฐบาลโคลัมโบปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิง 40% รวมถึงจำกัดปริมาณการจำหน่าย และประกาศให้วันพุธเป็นวันหยุดราชการ เพื่อประหยัดพลังงาน.

เครดิตภาพ : REUTERS