น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. เปิดเผยว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวระยะใกล้ (เอเชียและแปซิฟิกใต้) ในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-16 พ.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมาไทยแล้วรวมทั้งสิ้น 8.24 ล้านคน แม้ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันด้านการเดินทางภายในภูมิภาคที่ยังแข่งขันกันรุนแรง ซึ่งททท.พร้อมเดินหน้ากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมการเดินทางในช่วงวันหยุดและฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทางและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยคาดว่าตลอดปี 69 นักท่องเที่ยวจากเอเชียและแปซิฟิกใต้ จะเดินทางมาไทยรวมประมาณ 21.87 ล้านคน

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจีนยังครองแชมป์ที่เดินทางมาไทยมากที่สุด ที่ 2,151,861 คน เติบโต 18.79% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 340,000 คนจากปีก่อน ถือเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยมีเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวไต้หวัน ที่ยังคงรักษาทิศทางการเติบโตต่อเนื่องที่ 410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68% และเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตัวเองและกลับมาเที่ยวซ้ำสูง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้รับแรงหนุนจากช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจจากญี่ปุ่นมาไทยแทน

ส่วนตลาดอินเดีย ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในฐานะตลาดศักยภาพขนาดใหญ่ โดยมีนักท่องเที่ยว 941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80% ขณะที่นักท่องเที่ยวเมียนมา และฟิลิปปินส์ ก็เติบโตต่อเนื่องโดยชาวเมียนมามาเที่ยวไทย  291,913 คน เพิ่มขึ้น 24.47% ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ แม้มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่นักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ มาไทย 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21% ซึ่งไทยยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 1 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาคเอเชีย

น.ส.ภัทรอนงค์ กล่าวว่า เหตุผลที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางมาไทยจำนวนมาก เป็นเพราะการเดินหน้าทำตลาดเชิงรุกที่มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มความสนใจพิเศษ อาทิ กลุ่มอินเซ็นทีฟ กอล์ฟ เวลเนส เป็นต้น ควบคู่กับการดำเนินโครงการกระตุ้นตลาดต่างประเทศ Thailand Summer Blast ที่สนับสนุนแอร์ คอนเนคทีวิตี้ ผ่านเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงกระแสการเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ต แฟนคอน และแฟนมีตของศิลปินเค-ป๊อปและที-ป๊อปในไทย ก็เป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับจากประเทศอาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ซึ่งเป็นตลาดแฟนคลับขนาดใหญ่และมีกำลังใช้จ่ายสูง ขณะเดียวกัน นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการขยายช่วงวันหยุดยาวของประเทศตลาดหลักอย่างจีน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

ทั้งนี้ ททท. ประเมินว่า ในไตรมาส 3 นี้ นักท่องเที่ยวระยะใกล้มีแนวโน้มทรงตัวถึงขยายตัวเล็กน้อย จากแรงหนุนของช่วงวันหยุด สคูล ฮอลิเดย์ ของหลายประเทศอาเซียนในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. รวมถึงช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ของตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีน แต่จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาบัตรโดยสาร มีแนวโน้มทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางระยะใกล้หรือภายในภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคยิ่งทวีความเข้มข้น ซึ่งจะเป็นช่วงสำคัญของไทยที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และช่วงชิง Capacity ด้วยการปรับกลยุทธ์จากแนวคิด Volume Recovery สู่ Value-driven Growth ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพในการเดินทาง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวที่ช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.