สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่า ข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีนเปิดเผยให้เห็นว่า นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 การส่งออกแร่หายากจากจีนไปยังญี่ปุ่น อาทิ ดิสโพรเซียม เทอร์เบียม และอิตเทรียมออกไซด์ รวมถึงโลหะพิเศษอย่างแกลเลียม หยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง ยกเว้นเพียงการส่งมอบอิตเทรียมในปริมาณที่น้อยมาก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น
แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าจากชาติตะวันตก กล่าวว่า บริษัท ชิน-เอ็ตสึ หนึ่งในผู้ผลิตแม่เหล็กรายใหญ่ของญี่ปุ่น หยุดรับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับแม่เหล็กที่มีส่วนผสมของดิสโพรเซียมแล้ว แต่ทางบริษัทยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ
การระงับส่งออกในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการทูตเรื่องไต้หวัน ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว จากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับจีน
นอกจากมาตรการล่าสุด รัฐบาลปักกิ่งยังประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการส่งออกไปยังญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และตามมาอีก 2 ครั้งในเดือน ก.พ. โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ ซึ่งรวมถึงแผนกต่อเรือและแผนกเครื่องยนต์อากาศยานของบริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า ตอนนี้ บรรดาบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่ในแวดวงนี้มีเกราะป้องกันแรงกดดันได้ดีกว่าในอดีต หลังเคยเผชิญบทเรียนจากการชะลอการส่งออกแร่หายากของจีนเมื่อปี 2553 ซึ่งกระตุ้นให้ญี่ปุ่นเริ่มสร้างคลังสำรองตั้งแต่นั้นมา
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังพยายามลดปริมาณการใช้แร่หายากกลุ่มหนักในกระบวนการผลิตแม่เหล็กและมองหาวัสดุทดแทน อย่างไรก็ตาม การจะหาแหล่งวัตถุดิบมาทดแทนแร่หายากกลุ่มหนักจากจีนนั้น อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี.
เครดิตภาพ : REUTERS



