เมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีเรื่องราวถูกแชร์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “สุรเสียง พลับพลาสวรรค์” ระบุว่า มีรถตู้มาจอดคารางรถไฟระหว่างที่เจ้าหน้าที่ต้องรีบวิ่งไปเตือน หลังจากที่รับทราบข่าวดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายสมชาย ม่านอ่อน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำจุดเครื่องกั้นประตูชัยและได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ผ่านมา (21 พ.ค.) ได้มีรถยนต์ตู้โดยสารรับ–ส่งนักเรียนพยายามจะฝ่าเครื่องกั้น โดยได้ให้สัญญาณและนำเครื่องกั้นลงมาแล้วครึ่งหนึ่งแต่รถตู้คันดังกล่าวก็พยายามจะฝ่าข้ามมา จากนั้นรถก็มาจอดคารางรถไฟที่จะมีรถไฟออกจากสถานีรถไฟลพบุรี เวลา 07.00 น. เป็นขบวนธรรมดาที่ 208 ต้นทางนครสวรรค์-กรุงเทพ
หลังจากที่มาถึงจุดดังกล่าว เชื่อว่าคนขับรถตู้คงจะตกใจเพราะเครื่องกั้นด้านหน้าเจ้าหน้าที่ได้นำลงมาแล้ว ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทั้งโบกมือทั้งตะโกนให้รีบขับออก จึงทำให้ต้องจอดรถคารางรถไฟที่จะมีรถไฟขบวนดังกล่าววิ่งผ่าน เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องกั้นขึ้นแล้ววิ่งไปไล่รถตู้คันดังกล่าวออกไป แต่มองไม่เห็นว่ามีนักเรียนนั่งมาในรถตู้คันดังกล่าวมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นเห็นคนขับกับคนนั่งด้านหน้า แต่ก็ถือว่ายังคงเป็นความโชคดีที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่จุดดังกล่าว

นายสมชาย เจ้าหน้าที่ประจำที่จุดดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว รถไฟได้เคลื่อนออกมาจากสถานีแล้ว ทางตนได้ส่งสัญญาณให้รถหยุดไว้ก่อน ทำให้รถหยุดห่างจากจุดดังกล่าวประมาณ 300 เมตร สำหรับที่จุดดังกล่าวนั้น มักจะพบว่าเวลานำเครื่องกั้นลงจะมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ วิ่งฝ่าเครื่องกั้นเป็นประจำ ทางตนเองก็พยายามเตือนแล้วก็ไม่มีใครฟัง บอกมากก็ไม่ได้เพราะที่ป้อมดังกล่าวตนอยู่เพียงคนเดียวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงขอฝากให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนได้หยุดตามที่ให้สัญญาณเพื่อความปลอดภัยและรถไฟจะได้วิ่งตามเวลา โดยบางครั้งรถที่วิ่งฝ่ามาก็เกือบจะชนกันจนได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ทาง นางน้อย แม่ค้าขายลูกชิ้นทอดที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า สำหรับที่จุดดังกล่าวมีรถที่พยายามฝ่าเครื่องกั้นลอดข้ามประจำ บางครั้งก็ติดคาราง ซึ่งเหตุที่รถตู้มาจอดติดคารางรถไฟล่าสุดนั้นก็พยายามจะวิ่งฝ่าข้ามไป คงตกใจเพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีรถเยอะ โชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่เห็นและวิ่งมาเรียกเตือนสติให้วิ่งออกไป หากมานั่งอยู่ตรงนี้จะเห็นรถทุกชนิดที่วิ่งฝ่าเครื่องกั้นเป็นประจำทุกวัน แต่ว่าไม่เป็นเหมือนเหตุที่เกิดในกรุงเทพฯ ที่มีรถด้านหน้าและด้านหลัง ขณะที่ภาพดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ออกไปทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ด้านคนขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียนรายหนึ่งชื่อ นายสิทธิ์ ที่นำรถตู้รับ-ส่งนักเรียนมาจอดรอรับนักเรียนในช่วงเย็นกับเพื่อน ๆ ที่ขับรถด้วยกัน เปิดเผยว่า หลังได้ดูภาพที่มีรถตู้มาจอดคารางรถไฟดังกล่าวว่า หากเป็นคนขับรถตู้รับ–ส่งนักเรียนที่อยู่ในกลุ่ม ส่วนใหญ่จะไม่ทำแบบนี้ จะปฏิบัติตามกฎหมายจราจร หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จริงก็คงจะไม่จอดคารางรถไฟ เพราะสัญชาตญาณคนเราก็กลัวตายต้องพยายามขับออกไป โดยอาจจะยกมือขอทางให้เจ้าหน้าที่ยกเครื่องกั้นเปิดให้ผ่านไปได้ สำหรับรถตู้คันดังกล่าว ผู้สื่อข่าวพยายามติดตามหาแต่ก็ไม่พบ ไม่ทราบว่าเป็นรถรับ-ส่งนักเรียนสถานที่ใดหรือมาจากจังหวัดไหน



