เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า วันที่ 25 พ.ค. คณะทำงานของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะดูร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยให้เรียบร้อยว่าจะมีแก้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หากเรียบร้อย วันที่ 26 พ.ค. จะนำร่างดังกล่าวเข้าที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อให้ร่วมลงชื่อ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสียงไม่พอ ขาด 26 เสียง ก็ต้องไปขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองทุกพรรคให้ร่วมลงชื่อ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ แล้วจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยต่อประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้า หรืออย่างช้าก็ต้นสัปดาห์ถัดไป 

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งเนื้อหาในร่างของพรรคเพื่อไทยนั้น ยึดหลักการเดิมที่อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะการที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นสิ่งที่ดี โดยจะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 150 คน โดย 100 คนแรก ให้ประชาชนเลือกเข้ามา 300 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ถือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมที่ประชาชนมีส่วนร่วม และไม่ใช่การเลือกโดยตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ ส่วนอีก 50 คน จะมาจากการเสนอขององค์กรต่างๆ เช่น องค์กรทางวิชาการ มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน องค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ เพื่อให้มีความหลากหลาย ซึ่งเสนอตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้วให้รัฐสภาเลือก เพื่อร่วมกันแล้วได้ 150 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะวางกรอบการทำงานของ ส.ส.ร. เช่น ให้มีกลไกแก้ปัญหาหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม มีกลไกแก้ปัญหาให้องค์กรอิสระมีความอิสระอย่างแท้จริง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศที่เป็นอยู่ รวมถึงมีข้อห้ามไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข กำหนดไว้เช่นนี้เชื่อว่าครอบคลุมดีแล้ว 

เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว พรรคเพื่อไทยก็จะยื่นเช่นนี้จะมีการประกบร่างกันหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับรัฐสภา เชื่อว่า จากนี้จะมีการยื่นอีกหลายร่าง เช่น พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปไตย ในหลักการเราก็ยินดี เมื่อเข้าไปถึงรัฐสภาก็ต้องลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไร 

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะดำเนินการได้จริงหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า มันขึ้นอยู่กับความจริงใจของพรรคการเมืองว่าเป็นอย่างไร หากทุกพรรคจริงจังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประเทศดีขึ้น ประชาธิปไตยก้าวหน้า ก็ต้องลดเงื่อนไขของตัวเองลง แล้วไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ โดยรับฟังเหตุผลกันอย่างจริงจังแบบนั้นก็ไปได้