“เดอะ ซัน” สื่อดังของอังกฤษเผยว่า แฟนบอลสายดื่มได้เฮกันเต็มๆ เมื่อทางการสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ต่างยืนยันว่าแฟนๆ สามารถจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนอัฒจันทร์ได้ทุกนัดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ต่างจากในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่แฟนบอลลุกจากที่นั่งออกไปดื่มได้แค่ในช่วงพักครึ่ง
ก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลก 2022 เจ้าภาพกาตาร์ สร้างความไม่พอใจด้วยการสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเกมการแข่งขันอย่างกะทันหัน ส่วนในยูโร 2024 ทางการเยอรมนีในเมืองเกลเซนเคียร์เชนสั่งห้ามดื่มในที่นั่งก่อนเกมของทีมชาติอังกฤษ ที่อยู่ในโหมดมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มคนเมาที่ก่อความวุ่นวาย แต่ธรรมเนียมของอเมริกาที่อนุญาตให้แฟนบอลดื่มเบียร์ขณะชมการแข่งขันจะยังคงอยู่ต่อไป
นอกจากนี้ยังมีข่าวดีสำหรับแฟนบอลอังกฤษที่ราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันทั้ง 3 นัดในรอบแรกลดลงอย่างมาก แม้ยังคงสูงเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับฟุตบอลโลกครั้งก่อนๆ แต่ตั๋วที่ถูกที่สุดสำหรับนัดที่อังกฤษพบกับกานาที่บอสตัน ราคาลดลง 27% เหลือ 502 ปอนด์ (ราว 22,000 บาท) ในเดือนที่ผ่านมา
ส่วนที่นั่งที่ถูกที่สุดนัดเจอกับโครเอเชียก็ลดลงจาก 837 ปอนด์ (ราว 36,800 บาท) เหลือ 638 ปอนด์ (ราว 28,000 บาท) และจาก 604 ปอนด์ (ราว 26,600 บาท) เหลือ 545 ปอนด์ (ราว 24,000 บาท) สำหรับนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับปานามา โดยผู้เชี่ยวชาญการตลาดคาดการณ์ว่าราคาจะลดลงอีก เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าตั๋วมือสองพยายามขายที่นั่งที่ขายไม่ออก ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการเทขายที่นั่งในนาทีสุดท้าย
สำหรับราคาเบียร์จะมีความแตกต่างกันอย่างมากใน 3 ประเทศ เบียร์หนึ่งไพนต์ที่สนามกีฬาในเม็กซิโก ซิตี จะมีราคาเพียง 2.01 ปอนด์ (ราว 88 บาท) แต่ถ้าในโตรอนโต ประเทศแคนาดา เบียร์จะมีราคา 6.66 ปอนด์ (ราว 290 บาท) ต่อไพนต์ ส่วนเบียร์ที่แพงที่สุดในทัวร์นาเมนต์จะมีราคาสูงถึง 10.49 ปอนด์ (ราว 460 บาท) ที่สนามกีฬานซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา



