น.ส. มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โอสถสภา เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทได้เข้าร่วมงาน ไทยเฟ็กซ์-อนูก้า เอเชีย 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เป็นครั้งแรก เพื่อเตรียมขยายสินค้าไปสู่ตลาดโลกอย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมามุ่งเน้นการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากครองส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และฟังก์ชันนัลดริงก์ สูงเกือบ 50% และในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์สูงถึง 70% และเพื่อสร้างเครื่องยนต์แห่งการเติบโตตัวใหม่จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว เน้นขยายไปยังประเทศใหญ่ที่มีประชากรสูงในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ

ทั้งนี้ กลยุทธ์หลักการเข้าขยายตลาดครั้งนี้คือการส่งสินค้าเข้าไปทดลองตลาดในระยะสั้นเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น ก่อนจะพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่นั้นๆ โดยใช้แบรนด์ เอ็ม-150 และ ชาร์ค ที่เป็นเครื่องดื่มชูกำลังเป็นตัวชูโรง โดยเฉพาะ ชาร์ค ที่บริษัทวางตำแหน่งทางการตลาดไว้ในระดับพรีเมียม ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในต่างประเทศ ตั้งเป้าหมายใน 2-3 ปี เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจาก 25% เป็น 35%

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อบริษัทค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นรูปแบบการขายฟรีออนบอร์ด ซึ่งลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าระวางเรือและประกันภัยเอง นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำการล็อกออเดอร์วัตถุดิบและราคาไว้ล่วงหน้า และได้รับผลกระทบจากราคาพลาสติกน้อยกว่าคู่แข่ง เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นขวดแก้วที่ไม่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

น.ส. มุกดา กล่าวว่า สำหรับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว ไตรมาสแรกปีนี้เติบโตประมาณ 1% และทั้งปีคาดว่าเติบโตเพียง 2-5% จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเร่งขยายตัวสู่ต่างประเทศที่มีโอกาสมากกว่า เช่น สหรัฐอเมริกาที่มีประชากรมากกว่าไทยหลายเท่าตัว