สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวว่า หากฝ่ายหนึ่งมองเฉพาะการค้าสินค้า โดยไม่คำนึงถึงการค้าบริการและรายได้จากการลงทุน รวมถึงให้ความสำคัญเฉพาะตัวเลขการค้าโดยรวม โดยไม่สนใจโครงสร้างของการค้าและการไหลเวียนของกำไร มันจะนำไปสู่ข้อสรุปฝ่ายเดียวว่าเกิดความไม่สมดุลทางการค้า
“ไม่ว่าจะเป็นการลดความเสี่ยง การลดการพึ่งพา หรือสิ่งที่เรียกว่าความสมดุลทางการค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการกีดกันทางการค้าทั้งสิ้น” เหมา กล่าวเพิ่มเติม พร้อมกับเตือนว่า จีนจะดำเนินมาตรการทั้งหมดที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศ
ด้านนายสเตฟาน เซฌูร์น หัวหน้าภาคอุตสาหกรรมของอียู กล่าวกับหนังสือพิมพ์ “เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส” (เอฟที) ว่า อียูจะใช้โควตาการนำเข้าและภาษีอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เคมีภัณฑ์ โลหะ และเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกทำลายโดย “การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากจีน”
อนึ่ง อียูกล่าวหามาเป็นเวลานานแล้วว่า จีนดำเนินแนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงการใช้เงินสนับสนุนจากรัฐ การกีดขวางการเข้าถึงตลาด และนโยบายที่อียูระบุว่า “บิดเบือนการแข่งขัน”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



