นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามแผนงานของหน่วยงานด้านการบินในพื้นที่ท่าอากาศยานหัวหิน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) และบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) โดยได้มอบนโยบายให้ยกระดับขีดความสามารถท่าอากาศยานหัวหิน เร่งแก้ปัญหาด้านเทคนิคทางวิ่งให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ ควบคู่กับการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ยกระดับบริการผู้โดยสาร

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หอการค้าจังหวัด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ตัวแทนผู้ประกอบการสายการบิน และโรงแรม เพื่อหารือถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศ และการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานหัวหินให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งทางจังหวัดพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอำเภอหัวหินให้มีศักยภาพควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน สร้างรายได้สู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน

นายดนัย เรืองสอน อธิบดี ทย. กล่าวว่า ท่าอากาศยานหัวหิน มีอาคารที่พักผู้โดยสารรองรับผู้โดยสารได้ 300 คนต่อชั่วโมง ความยาวทางวิ่งขนาด 2,100 x 35 เมตร ลานจอดสามารถรองรับอากาศยาน A320 หรือ B737-800 ได้ 2 ลำในเวลาเดียวกัน ที่ผ่านมาในปี 2561 – 2563 เคยรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศสายการบินแอร์เอเชียเบอร์ฮัด เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ – หัวหิน – กัวลาลัมเปอร์ และหยุดให้บริการเนื่องจากสถานการณ์โควิด – 19 ปัจจุบันมีสายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้บริการเส้นทาง เชียงใหม่ – หัวหิน – เชียงใหม่ วันละ 1 เที่ยวบิน ทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์

ทั้งนี้ ทย. พร้อมดำเนินการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกำหนดของ กพท. และตามมาตรฐานสากล โดย ทย. จะดำเนินการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวด้านธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวในอนาคต สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานหัวหิน ทย. เร่งดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ถนน และอุโมงค์รถไฟ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท. พร้อมยกระดับการบริหารน่านฟ้า ขับเคลื่อนไทย สู่ World-class Aviation Hub โดยดำเนินมาตรการลดภาระต้นทุนของสายการบินควบคู่กับการบริหารการเดินอากาศให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ นำระบบการบริหารจัดการความคล่องตัวจราจรทางอากาศ หรือ Air Traffic Flow Management (ATFM) มาใช้งาน เพื่อลดความล่าช้าเที่ยวบิน และลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของอากาศยาน เป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการสายการบิน ในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินที่ผชิญความผันผวนด้านพลังงาน

นอกจากนี้ บวท. ยังเร่งพัฒนาการบริหารจัดการห้วงอากาศและเส้นทางบิน และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ การนำระบบติดตามอากาศยานด้วยดาวเทียม (ADS-B) ระบบหอควบคุมจราจรทางอากาศดิจิทัล (Digital Tower) ระบบการส่งข้อมูลข่าวสารการบินผ่านเครือข่ายคลาวน์อัตโนมัติ (System Wide Information Services : SWIM) เข้าใช้งาน เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยทางการบิน รองรับปริมาณจราจรทางอากาศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ให้เชื่อมโยงการเดินทางอากาศแบบไร้รอยต่อ ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค 

ปัจจุบันท่าอากาศยานหัวหิน มีเที่ยวบินพาณิชย์ภายในประเทศ จำนวน 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์) อากาศยานฝึกบินขนาดเล็ก ของ สบพ. อากาศยานส่วนบุคคล อากาศยานเช่าเหมาลำ และอากาศยานทั่วไป รวมถึงอากาศยานของส่วนราชการ อากาศยานทางการทหาร อีกประมาณ 70 เที่ยวบินต่อวัน

น.ส.วราภรณ์ เต็มแก้ว รองผู้ว่าการฝ่ายบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า สบพ. พร้อมพัฒนาศูนย์ฝึกการบินหัวหิน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านการบินของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการบินที่มีศักยภาพรองรับทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ปัจจุบัน สบพ. มีการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ฝึกการบินหัวหินและสิ่งก่อสร้างประกอบ พร้อมครุภัณฑ์ วงเงินรวมกว่า 522.5 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการระยะที่ 1 วงเงิน 396.9 ล้านบาท และระยะที่ 2 วงเงิน 125.6 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาศักยภาพการฝึกบิน การซ่อมบำรุงอากาศยาน และการพัฒนาบุคลากรด้านการบินอย่างครบวงจร 

ศูนย์ฝึกการบินหัวหิน มีความพร้อมทั้งด้านอากาศยาน เครื่องฝึกบินจำลอง และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยปัจจุบันมีอากาศยานฝึกบินรวม 27 ลำ และเครื่องฝึกบินจำลองหลายประเภท รองรับการฝึกนักบินทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงมีแนวโน้มความต้องการเรียนด้านการบินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม สบพ. พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการยกระดับท่าอากาศยานหัวหินสู่มาตรฐานสากล ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน