เนื่องในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก” (World No Tobacco Day) สำหรับปี 2026 องค์การอนามัยโลก (WHO) และประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงภัยคุกคามที่รุนแรงจากผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่ จึงได้กำหนดประเด็นรณรงค์ระดับชาติว่า “หยุดยั้งเยาวชนจากยาเสพติด #นิโคติน เสพติด จน ตาย”

เสนอกฏหมายปลอดนิโคตินในคนรุ่นใหม่
วันที่ 27 พ.ค.2569 เครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบ (NoNoGang) และโครงการทันตบุคลากรไทยเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า จัดพิธีมอบรางวัลประกวดผลงานศิลปะและเปิดตัวนิทรรศการ “(สุข)ชั่วครู่ สู่(ทุกข์)ชั่วชีวิต ! Are you Sure?” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมยื่นแถลงการณ์ถึงนายกรัฐมนตรี เสนอออกกฎหมายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมปลอดนิโคตินในคนรุ่นใหม่ (Nicotine-Free Generation) ห้ามผู้ที่เกิดหลังปีที่กำหนด ซื้อผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิดตลอดชีวิต เพื่อตัดวงจรนักสูบหน้าใหม่ตั้งแต่ต้นทาง
นายปารณ สินธพานนท์ ผู้แทนเครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบ (NoNoGang) กล่าวว่า เครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ต้านภัยยาสูบจาก 18 สถาบันทั่วประเทศ ได้มีแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันนโยบาย “Nicotine-Free Generation” มาใช้ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการควบคุมยาสูบระดับสากล ด้วยการออกกฎหมายกำหนดให้ “ผู้ที่เกิดตั้งแต่ปีที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เป็นต้นไป จะไม่สามารถซื้อบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกรูปแบบได้อย่างถูกกฎหมายไปตลอดชีวิต” โดยใช้วิธีการเลื่อนเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการซื้อขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี ซึ่งมาตรการนี้จะสามารถปกป้องเด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่จากการเสพติดนิโคตินได้อย่างเด็ดขาด และตัดวงจรการเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์นักสูบได้อย่างยั่งยืน

“อังกฤษ”ใช้กฏหมายแล้ว “บุหรี่ให้จบที่รุ่นเรา“
รัฐบาลอังกฤษประสบความสำเร็จดันร่างกฎหมาย Progressive ban on Tobacco Products เพื่อสร้างสังคม คนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่ โดยกำหนดให้พลเมืองที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2009 เป็นต้นไป ไม่สามารถซื้อบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิดได้ตลอดชีวิต มุ่งเน้นการขจัด ปัญหาการเสพติด ตั้งแต่ต้นทางมากกว่าการจำกัดสิทธิ
ก่อนหน้านี้นิวซีแลนด์ เป็นประเทศผู้ริเริ่มกฎหมายในลักษณะนี้แต่ถูกยกเลิกในปี 2024เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง และถูกอุตสาหกรรมยาสูบแทรกแซง ขณะที่ มัลดีฟส์ ประเทศเล็กqที่มีประชากรเพียง 530,000 คน ออกกฎหมายห้ามผู้ที่เกิดหลัง 1 มกราคม 2007 เข้าถึงยาสูบและนิโคติน
สำหรับประเทศไทยแนวทางการผลักดันเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ (สคสบ.) เปิดเผยว่า สมาพันธ์ ฯ ได้นำเสนอแนวคิดจากต่างประเทศที่เริ่มบังคับใช้กฏหมาย“ห้ามผู้ที่เกิดในปีที่กำหนดซื้อบุหรี่” เพื่อลดนักสูบหน้าใหม่ โดยได้นำข้อกฏหมายนี้เสนอต่อ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านแจ้งแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยไฟเขียวกับกฏหมายนี้

กฎหมายต้องว่าด้วย “นิโคติน”
อย่างไรก็ตามในมุมหนึ่งของแพทย์ที่ทำงานวิจัย ด้านบุหรี่มาอย่างยาวนาน ศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า กฎหมายห้ามขายตามปีเกิด (Tobacco-Free Generation) ของอังกฤษมุ่งเน้นห้ามเฉพาะบุหรี่ธรรมดา แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญ หากจะนำมาใช้ ในประเทศไทยมองว่า เด็กและเยาวชนปัจจุบันไม่ได้เริ่มสูบจากบุหรี่ธรรมดา แต่เริ่มจากบุหรี่ไฟฟ้า และมีแนวโน้มที่จะขยับไปสูบบุหรี่ธรรมดาต่อในอนาคต นอกจากบุหรี่ไฟฟ้า ยังมีผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เช่น นิโคตินแพช (Nicotine Pouch) หรือ สนูส (Snus) ที่เป็นซองขนาดเล็กคล้ายถุงชาใช้แปะกระพุ้งแก้ม ซึ่งมีนิโคตินที่เป็นสารเสพติดและเริ่มเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ดังนั้นมาตรการควรครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินทุกประเภท
อึ้ง !!ประเทศไทยมีจุดขายบุหรี่ 4 แสนแห่ง
ศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ข้อควรระวังของการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาการซื้อแทนหากห้ามเฉพาะคนเกิดปีที่กำหนดซื้อ แต่อาจมีการฝากผู้อื่นซื้อแทน หรือเกิดความลักลั่นที่คนอายุต่างกันเพียงปีเดียวแต่คนหนึ่งซื้อได้อีกคนซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ไทยยังมีปัญหาช่องว่าง ในการบังคับใช้กฎหมายเดิมที่ทั่วโลกยอมรับว่าได้ผล เช่น การขึ้นภาษียาสูบที่ยังมีช่องว่างระหว่างบุหรี่มวนกับยาสูบเส้น, การห้ามโฆษณาออนไลน์, และการห้ามสูบในที่สาธารณะ รวมทั้งจำนวนจุดขาย ประเทศไทยมีร้านขายบุหรี่มวนมากกว่า 400,000 แห่งทั่วประเทศ มีสัดส่วนมากกว่าในอเมริกา ดังนั้นการควบคุมอาจทำได้ยากกว่า อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีกฎหมายห้ามขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง ยังเด็กมัธยมยังสามารถหาซื้อได้ง่าย แสดงถึงการบังคับการใช้กฏหมายยังไม่เข้มงวด ทั้งนี้หากบังคับใช้กฎหมายนี้ได้จริงเด็กที่เติบโตไปถึงอายุ 20 โดยไม่สูบ จะพบว่าหลังจากอายุ20ก็มักจะไม่เริ่มสูบอีกเลย

กฏหมายต้องครอบคลุม”นิโคตินสังเคราะห์“
ศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวว่าเครือข่ายควบคุมยาสูบกำลังศึกษาเพื่อปรับนโยบายให้ดีกว่าอังกฤษ โดยอาจใช้แนวคิด “Nicotine Free Generation” เพื่อให้ครอบคลุมถึงนิโคตินสังเคราะห์ที่ไม่ได้มาจากใบยาสูบด้วย นอกจากนี้ผู้บังคับใช้กฏหมายต้องทำงานปราบปรามอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันต้องสร้างความตระหนักรู้เรื่องอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า จากผลการสำรวจพบว่าเด็ก 70 % รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตราย แต่ในวัยผู้ใหญ่ผู้ปกครองกลับมีความรู้ไม่เท่าทัน มีเพียง 50 % เท่านั้นที่มีความรู้เรื่องนี้
ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าออกแบบToy Pod รูปลักษณ์ให้เหมือนของเล่น ตุ๊กตา กล่องนม หรือตัวการ์ตูนที่น่ารัก เพื่อให้ดูไม่มีพิษภัยและยากต่อการสังเกตของผู้ปกครอง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า,uมากกว่า 16,000 รสชาติ ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นผลไม้ ขนม และลูกอมที่เยาวชนชื่นชอบ งานวิจัยพบว่าปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าบางชนิดเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 250 เพื่อให้เกิดการเสพติดที่รุนแรงและรวดเร็ว
สิ่งที่ต้องย้ำ ประเทศไทยยังคงเป็น 1 ใน 41 ประเทศที่ประกาศให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ห้ามนำเข้าและจำหน่าย !!



