สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการตามความจำเป็นทั้งหมดร่วมกับสภาคองเกรส เพื่ออนุญาตให้มีการโอนย้ายการดูแลศูนย์เคนเนดี “อย่างเต็มรูปแบบและสมบูรณ์” พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ทั้งในด้านการดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการบริหารจัดการแทน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความแน่ชัดในทันทีว่า คำสั่งของทรัมป์จะสามารถเป็นจริงในทางปฏิบัติได้อย่างไร เนื่องจากศูนย์เคนเนดีก่อตั้งขึ้น ตามมติของสภาคองเกรส เมื่อปี 2501 และบริหารงานโดยคณะกรรมการบริหาร ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์แต่งตั้งให้พันธมิตรของเขาเข้าไปนั่งเก้าอี้จนเต็มคณะ
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) May 29, 2026
ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของทรัมป์เกิดขึ้น หลังศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันมีคำพิพากษา ว่าศูนย์เคนเนดี ซึ่งถือเป็นศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรมแห่งชาติของสหรัฐ ไม่สามารถเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ทรัมป์ เคนเนดี” หากไม่มีการตรากฎหมายรองรับจากสภาคองเกรส
ขณะเดียวกัน คำสั่งของศาลยังสั่งการ ให้รัฐบาลของทรัมป์รื้อถอนป้าย และวัตถุทั้งหมดที่มีชื่อของทรัมป์ออก และยุติการใช้ชื่อศูนย์ทรัมป์ เคนเนดี ออกจากเอกสารทางราชการทั้งหมดภายในเวลา 14 วัน นอกจากนี้ คำของศาลยังระงับแผนของรัฐบาลทรัมป์ ที่จะปิดศูนย์แห่งนี้เป็นเวลา 2 ปี เพื่อปรับปรุงครั้งใหญ่ แม้ระบุว่า อาคารเก่าแก่แห่งนี้ “จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างมาก” ก็ตาม
ศูนย์เคนเนดีซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโพโทแมก ในกรุงวอชิงตัน เปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2514 จัดแสดงศิลปะหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที การเต้นรำ ดนตรีคลาสสิก ดนตรีป๊อป และเพลงโฟล์ค นอกจากนี้ ศูนย์เคนเนดียังเป็นที่ทำการอย่างเป็นทางการของวงดุริยางค์สากล และคณะอุปรากรแห่งชาติ.
เครดิตภาพ : REUTERS



