สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่า นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ แถลงต่อที่ประชุมความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” ที่สิงคโปร์ มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า พันธมิตรที่แข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น คือกุญแจสำคัญในการป้องปรามศัตรู
เฮกเซธกล่าวพาดพิงจีนโดยตรงว่า กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมี “ความตื่นตระหนกที่สมเหตุสมผล” เกี่ยวกับการสะสมกำลังทางทหารครั้งประวัติศาสตร์ของจีน รวมถึงการขยายกิจกรรมทางทหารในภูมิภาคนี้และพื้นที่ห่างไกลออกไป
.@SECWAR “This region has profound implications for U.S. security and prosperity. It’s the world’s largest and most dynamic market area.
— DOW Rapid Response (@DOWResponse) May 30, 2026
It's why our National Defense Strategy directs the Department of War to set the military conditions required to achieve a lasting favorable… pic.twitter.com/8iHNXZncBq
ตอนนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังถูกครอบงำโดยมหาอำนาจผู้มีอิทธิพลเพียงรายเดียว ซึ่งจะเป็นการทำลายดุลอำนาจของภูมิภาค และเสริมว่า ไม่มีรัฐใด รวมถึงจีนด้วย ที่จะสามารถเข้ามาสถาปนาการครอบงำ และทำให้ความมั่นคงของชาติ รวมถึงการเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับทุกประเทศในแถบนี้ มีอันต้องสั่นคลอน
.@SECWAR “What we seek – and what the President has consistently articulated – is a genuinely stable equilibrium that works for Americans as well as for our allies.
— DOW Rapid Response (@DOWResponse) May 30, 2026
A favorable but durable balance of power in which no state—including China—can impose its hegemony and hold the… pic.twitter.com/p85cEP7aLS
ขณะเดียวกัน สหรัฐคาดหวังให้ประเทศพันธมิตรและหุ้นส่วนในเอเชีย เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศขึ้นเป็น 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่สหรัฐเองได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มงบประมาณลงทุนในกองทัพของตัวเอง เป็นวงเงินสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 48.84 ล้านล้านบาท)
.@SECWAR “Under President Trump’s leadership, relations between the United States and China are better than they’ve been in many years.
— DOW Rapid Response (@DOWResponse) May 30, 2026
President Trump and this Administration seek a stable peace, fair trade, and respectful relations with China. It’s not a coincidence that this… pic.twitter.com/1ik5v18ur5
อย่างไรก็ตาม เฮกเซธเน้นย้ำว่า พันธมิตรของสหรัฐต้องการ “เสถียรภาพ” ไม่ใช่ “การยกระดับความตึงเครียด” กล่าวคือ “ความแข็งแกร่งที่มีวินัย ความมุ่งมั่นที่มั่นคง และภาวะผู้นำที่มั่นใจพอจะพูดอย่างนุ่มนวล แต่ถือไม้ใหญ่ไว้ในมือ” โดยอ้างถึงสำนวนทางการเมืองของสหรัฐ ที่หมายถึงการมีอำนาจหนุนหลังการเจรจา
นอกจากนี้ เฮกเซธยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลปักกิ่งนั้น “ดีกว่าที่เป็นมาในรอบหลายปี” โดยอ้างถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างกองทัพต่อกองทัพที่เพิ่มมากขึ้น.
เครดิตภาพ : REUTERS



