ในขณะที่เทรนด์สุขภาพระดับโลกยกให้การชะลอวัย (Anti-aging) เป็นอันดับ 1 ตามด้วยความงาม (Beauty) และสุขภาพ (Wellness) แต่สำหรับตลาดเมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท กลับมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจคือ “ผู้บริโภคชอบสวยก่อนสุขภาพ” มองหาผลลัพธ์ด้านรูปลักษณ์ที่เห็นได้ชัดเจนก่อนเป็นอันดับแรก

ส่งผลให้ ตลาดคอลลาเจน กลายเป็น Mass Market ที่ใหญ่ที่สุด ทว่าความท้าทายสำคัญในปัจจุบันคือ ผู้บริโภคเริ่มขาดความเชื่อมั่นเนื่องจากรู้สึกว่ารับประทานแล้วไม่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน แบรนด์ BioActive จึงเลือกปักธงเข้าสู่ตลาดนี้เป็นตัวแรกเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นและแก้ Pain Point ดังกล่าว

น.ส.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ พลัส จำกัด หรือ แบรนด์ BioActive เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Health Beauty, Health Supplement และ Wellness มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 8-10% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าธุรกิจอื่นจะประสบภาวะชะลอตัว แต่กลุ่มนี้ยังคงเติบโตได้ดี

เนื่องจากเกิดพฤติกรรมเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยกลุ่มวัยทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป เริ่มมีแนวโน้มที่จะลดหรือเลี่ยงการทำหัตถการและการฉีดผิวในคลินิก แล้วเปลี่ยนมาเป็นการดูแลตัวเองด้วย “วิตามินเข้มข้น (Concentrate)” ในชีวิตประจำวันแทน โดยมองหาความคุ้มค่าที่สามารถ “เปลี่ยนชีวิต” หรือทำให้ผิวดีขึ้นได้อย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับความปลอดภัยระยะยาว

1 ปียอดขายโตกระฉูดในเซเว่นฯ

หลังจากการทำตลาดมาเพียง 1 ปี ผลิตภัณฑ์ BioActive ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดขายรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Active สูงถึง 3.5 ล้านกล่อง และเฉพาะกลุ่มคอลลาเจนเพียงอย่างเดียวมียอดขายประมาณ 2 ล้านกล่อง 

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถครองอันดับ 1 ในหมวดอาหารเสริมเพื่อสุขภาพบนแพลตฟอร์ม TikTok และ Shopee ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 เดือน และเมื่อขยายช่องทางเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เพียง 3 เดือน พบว่ามียอดขายเติบโตขึ้นถึง 800% โดยเพิ่มขึ้นจากวันละ 1,000 กล่อง เป็น 10,000 กล่องต่อวัน ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ “Top of Mind” ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและใกล้บ้าน

จับมือ GNT ยกระดับนวัตกรรม

ล่าสุด บริษัทจึงได้การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ GNT ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสีและสารสกัดจากธรรมชาติชั้นนำ 1 ใน 3 ของโลกจากประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำเทคโนโลยี Natural Color มาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ใหญ่มากในยุโรปและอเมริกา เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในระยะยาวมากกว่าสีสังเคราะห์

“โรงงานของ GNT ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบคอมพิวเตอร์ในการควบคุมการผลิตเกือบทั้งหมด เพื่อรักษาความสะอาดและคุณภาพในระดับสูงสุด, การนำสารสกัดของ GNT มาใช้จะช่วยยกระดับให้มีความปลอดภัยในระดับเดียวกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก”

ปี 2569 รุกตลาดโลก100%

สำหรับทิศทางธุรกิจ BioActive มุ่งสู่การเป็น Innovation-Led Brand ตั้งเป้ายอดขายเฉพาะแบรนด์ BioActive ไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้รวมทั้งกลุ่มบริษัทไว้ที่ 3,500 ล้านบาท โดยมองภาพรวมการเติบโตไว้ที่ 20-25% แม้ในสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์ Bombard Marketing สร้าง Awareness ปูพรมทั้งบนรถไฟฟ้า (BTS) ร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อ

พร้อมกางแผนขยายสู่ตลาดโลกแบบ 100% เต็มตัวในปี 2569 ตั้งเป้าดันสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 25% โดยมีการปรับสูตรให้เหมาะกับแต่ละประเทศ ดังนี้

สหรัฐอเมริกา ช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จากปัจจุบันเตรียมความพร้อมทั้งการจดทะเบียนบริษัทและขอใบรับรองมาตรฐานสากลขั้นสูง FSSC 22000 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Amazon โดยจะเน้นสูตรกลุ่ม Anti-aging และแมกนีเซียม

ประเทศจีน เข้าไปทำตลาดไตรมาส 4 ปีนี้คาดว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยเจาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงตับ ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการดื่มสูง

ส่วนกลุ่มประเทศอื่นๆ ขณะนี้ได้รับการอนุมัติจาก FDA เรียบร้อยแล้วในหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลี, ญี่ปุ่น และ ยุโรป โดยจะมีการปรับสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละประเทศต่อไป