นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หม่อนไหมเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เชื่อมโยงทั้งภาคการผลิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และเศรษฐกิจชุมชน สอดคล้องกับนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ของรัฐบาล ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ไหมไทยจึงไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตรหรือผืนผ้า แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความประณีตและวิถีชีวิตของคนไทยที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ประกอบกับการน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ผ้าไทยทันสมัย เข้าถึงง่าย และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันภาคเกษตรและอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยต้องเผชิญความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิต ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันในตลาดสากล จึงได้มอบหมายให้กรมหม่อนไหมดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ในฐานะหน่วยงาน “ต้นน้ำ” ของอุตสาหกรรมนี้ ขับเคลื่อนงานผ่านยุทธศาสตร์ 4S ได้แก่

  S1 Standard & Soul มาตรฐานนำ ภูมิปัญญาหนุน มุ่งพัฒนามาตรฐานผ้าไหมไทย โดยเฉพาะตรานกยูงพระราชทานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เร่งขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และจัดทำ Digital Book รวบรวมองค์ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิม S2 Smart Farmer & Smart Generation ปั้นเกษตรกรยุคใหม่และเยียวยาฐานราก แก้ไขปัญหาเร่งด่วนในการเข้าถึงต้นทุนการผลิตและผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ดูแลให้เกษตรกรเข้าถึงพันธุ์หม่อนและไหมคุณภาพดีอย่างทั่วถึง พร้อมเร่งสร้าง Young Smart Farmer และจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีใน 4 ภูมิภาค ด้วยระบบ Coaching ให้กลายเป็นอาชีพที่ทันสมัย มั่นคง และน่าภาคภูมิใจสำหรับคนรุ่นใหม่  S3 Science & Solution นวัตกรรมแก้โจทย์ ยกระดับมูลค่า โดยนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในการวางแผนการผลิตและระบบเตือนภัยโรคแมลง พร้อมต่อยอดโปรตีนไหมสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงทั้งเครื่องสำอาง การแพทย์ และอาหารเสริม

“AI และ Big Data จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมหม่อนไหมไทย เพราะประเทศไทยมีองค์ความรู้และข้อมูลจำนวนมากกระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่ หากสามารถรวบรวมและพัฒนาเป็นคลังข้อมูลกลางได้อย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยสนับสนุนเกษตรกรในการวางแผนการผลิต เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม และบริหารจัดการการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น”

S4 Style & Sustainability สไตล์ที่ร่วมสมัย สร้างรายได้สู่ชุมชน มุ่งเปลี่ยนภาพจำผ้าไหมให้เข้าถึงทุกเพศทุกวัย ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยจะ Rebrand ผ้าไหมไทยและตรานกยูงพระราชทานให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

 “สิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพราะวันนี้ยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ การเข้าถึงแหล่งน้ำ เงินทุน และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ดังนั้น นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงและกรมหม่อนไหม คือการเข้าไปดูแลปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาดิน และการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เพื่อให้เกษตรกรมีความพร้อมในการผลิตและสามารถรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”