จากกรณีมาเลเซียตอบโต้ไทยกลับทันที ด้วยการสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์  ประกอบด้วยกุ้งลายเสือ (Brown Tiger Prawn), กุ้งแชบ๊วย (Banana Prawn), กุ้งขาวแวนนาไม (Whiteleg Shrimp), กุ้งกุลาดำ (Giant Tiger Prawn) และกุ้งน้ำเงิน (Blue Shrimp) พร้อมบังคับใช้มาตรการการขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (CoA) จากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการยอมรับ เริ่มต้นวันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้กรณี มาเลเชียส่งออกปลากะพงเข้ามาขายในไทยแต่ถูกตรวจเข้มแบบ 100%  โดยสั่งสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าล็อตนำเข้า เพื่อหาสารตกค้างและโรค และยาปฏิชีวนะที่อาจปนเปื้อนมากับสัตว์น้ำ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้บริโภค และป้องกันปัญหาเนื้อปลาทะลักกดทับราคาเกษตรกรไทยเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและพิทักษ์ผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย

ล่าสุด นายเอกพจน์ ยอดพินิจนายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า  หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ได้รับทราบ ประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้า สินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการ ชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็น หนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000 – 8,000 ตัน  ต่อปี เสียหายกว่า  2,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ของการส่งออกของไทย  รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และจับจากธรรมชาติโดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัด  ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูลและ นครศรีธรรมราชบางส่วน

สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จึงขอให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขอให้มีการเจรจากับมาเลเชีย เพื่อขอให้มีการผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เร่งดำเนินการกำหนดวิธีการตรวจสอบ และการออกใบรับรองความ ปลอดภัยอาหาร สำหรับการน่าเข้าปลา.ห้มีความเหมาะสม และไม่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า

“หากไม่รีบเจรจากุ้งทั้งหมดที่ส่งออกจะไหลขึ้นมาที่ตลาดมหาชัย หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ราคากุ้งในประเทศราคาตกต่ำลง เกษตรกรจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพราะขณะนี้เกษตรกรยังไม่ทราบว่าจะส่งกุ้งไปขายให้ใคร ทุกคนเคว้งคว้างไปหมด อย่างไรก็ตาม หลังยืนหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ท่านก็ตกใจเพราะเพิ่งจะทราบเรื่อง จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ”