“ที่ผ่านมา เราไม่เคยทราบอย่างชัดเจนว่า พื้นที่สีเขียวของเมืองมีเท่าไหร่ หรือได้รับการดูแลไปถึงระดับไหน แต่วันนี้เทศบาลสามารถระบุข้อมูลได้อย่างชัดเจน รวมถึงวางแนวทางการดูแลในพื้นที่ที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติมได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงมีการติดตามต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าก็ครอบคลุมจนไม่พบการระบาดในพื้นที่ สร้างความมั่นใจให้กับคนในชุมชน อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหา ประชาชนสามารถแจ้งและติดตามผลผ่านระบบได้ เห็นความคืบหน้าโดยไม่ต้องรอหรือแจ้งซ้ำเหมือนที่ผ่านมา และยังสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ทั้งการเสนอแนะแนวทางหรือเข้าร่วมกิจกรรมอาสา ทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา และร่วมกันขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง” พูนทรัพย์ ศรีจันทึก ประธานชุมชนโนนกุ่มใต้ เทศบาลเมืองสีคิ้ว จ.นครราชสีมา บอกเล่าถึงฐานข้อมูลของชุมชน ภายหลังจาก เทศบาลเมืองสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Location Intelligence ในกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดต้นแบบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผ่านแพลตฟอร์ม ArcGIS แกนกลางขับเคลื่อน ยกระดับการบริหารจัดการเมืองแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และพื้นที่สีเขียว ด้านสุขภาพ การเข้าถึง
กลุ่มเปราะบาง การสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ตลอดจนการบริการประชาชน ภายใต้แนวคิด ‘Smart Life’ ที่ทุกคนเข้าถึง

ปรีชา จันทรรวงทอง นายกเทศมนตรีเมืองสีคิ้ว กล่าวว่า ที่ผ่านมา การบริหารจัดการเมืองต้องเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลที่กระจัดกระจายหลายส่วน ทำให้การทำงานซ้ำซ้อน การตัดสินใจและแก้ไขปัญหาล่าช้า และไม่สามารถมองเห็นภาพรวมของเมืองได้อย่างชัดเจน ดังนั้นความเป็น ‘Smart City’ ของสีคิ้ว จึงไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่คือการทำให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเมืองไปในทิศทางเดียวกัน เทศบาลฯ จึงเลือกนำแนวทาง Location Intelligence มาเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบาย นำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

แพร พันธุมวนิช ประธานบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเมือง Smart City สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมือง หากมีแนวทางในการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดย ArcGIS ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางเชิงกลยุทธ์ในการบูรณาการข้อมูลเมือง เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานและหลายภารกิจให้ทำงานร่วมกันได้บนระบบเดียว (Single Platform) ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่

- ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) ใช้ ArcGIS ติดตามและวิเคราะห์พื้นที่สีเขียวของเมือง โดยปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 622.025 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมต่อยอดวางแผนขยายขอบเขตต่อไป
- ด้านสาธารณสุข (Smart Health) พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 170 ราย
และติดตามสถานการณ์สุขภาพในพื้นที่ รวมถึงก้าวสำคัญสู่พื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในระดับท้องถิ่น โดยสามารถฉีดวัคซีนได้เกินเป้าถึง 117% ควบคู่กับการควบคุมปริมาณสัตว์เชิงรุก ต่อยอดสู่การยกระดับระบบฐานข้อมูลประชากรสัตว์ เพื่อประสิทธิภาพการป้องกันโรค ที่แม่นยำ และครอบคลุม - ด้านการบริหารจัดการเมือง (Smart Governance) เชื่อมต่อระบบรับเรื่องร้องเรียนจากหลายช่องทาง ทำให้สามารถติดตามและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการดำเนินการแล้วเสร็จครบ 100%
ด้าน จรรยาพร แขพุดซา นักวิชาการสุขาภิบาลปฏิบัติการ และนายสัตวแพทย์ ธนนท์ บุตรสมบัติ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ กล่าวว่า “หลังจากการนำแพลตฟอร์ม ArcGIS มาใช้ การทำงานในระดับปฏิบัติการมีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและการควบคุมโรคในพื้นที่เป็นไปอย่างตรงจุด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เห็นผลลัพธ์ของงานที่เกิดขึ้นจริง



