หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นจนไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี 1 เดือนที่1,581.74 จุด และลดช่วงบวกลงบางส่วนในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง และกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลังดีดตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ 

นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับพอร์ตตาม MSCI Rebalance ในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายงานข่าวเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงอีก 60วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

สำหรับในสัปดาห์นี้ (1-5 มิ.ย. 2569) บล.กสิกรไทย ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,540 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,580 และ 1,600 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ค. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนเม.ย. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน