“ถนนพระราม 2” วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสายหลักสู่ภาคใต้ หากแต่กลายเป็น “สัญลักษณ์” ของงานก่อสร้างยืดเยื้อ อุบัติเหตุซ้ำซาก และวิกฤตศรัทธาที่สะสมอยู่ในสายตาประชาชนมายาวนาน
ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้าย ชื่อของถนนสายนี้จะกลับมาอยู่บนหน้าข่าว พร้อมคำถามเดิมๆที่สังคมยังรอคำตอบ…ใครต้องรับผิดชอบ และจุดจบของมหากาพย์การก่อสร้างจะมาถึงเมื่อใด
เหตุการณ์โครงเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry : LG) ร่วงหล่น ในโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว สัญญาที่ 7 บริเวณ กม.29+772–กม.31+207 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 คร่าชีวิตประชาชน 2 ราย โดยมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้าง ตอกย้ำปัญหาความปลอดภัยของโครงการรัฐขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ย้อนไปไม่นาน เกิดเหตุคานก่อสร้างทางพิเศษ(ทางด่วน)สายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกฯ สัญญา 3 พังถล่ม มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 30 คน สะท้อนภาพระบบความปลอดภัยที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนัก
แรงกดดันจากสังคมหลังเกิดเหตุ ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ประกาศดังลั่นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “ยกเลิกสัญญา” ผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากทันที พร้อมพิจารณาขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ทั้ง 2 โครงการ แต่เมื่อคำประกาศทางการเมืองเดินเข้าสู่โลกของข้อกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา ความจริงกลับซับซ้อนกว่าคำพูดของนักการเมือง “เลิกสัญญา” จึงกลายเป็นเรื่องที่พูดง่ายกว่าการลงมือทำจริง

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ระบุว่า คณะกรรมการร่วมกับผู้แทนอัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลาง ได้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และผลประโยชน์สาธารณะ ตามมาตรา 103 พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ก่อนเห็นตรงกันว่า หากยกเลิกสัญญาจะกระทบประชาชนในวงกว้าง เพราะโครงการจะหยุดชะงักเป็นเวลานานจากการจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ อีกทั้งยังเสี่ยงอันตรายจากโครงสร้างก่อสร้างที่ค้างอยู่

สุดท้ายจึงเลือกเปลี่ยนทีมปฏิบัติหน้างานทั้งหมดแทนการยกเลิกสัญญา พร้อมบังคับให้ผู้รับจ้างนำบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านเครนมาตรฐานสากลเข้ามาดำเนินการแทน เพื่อเร่งงานให้แล้วเสร็จตามแผน ปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 88% เหลือติดตั้งอีกเพียง 2 สแปน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก่อนเก็บรายละเอียดและเปิดให้บริการช่วงเอกชัย–บ้านแพ้วได้ในเดือน ส.ค. 2569

ขณะที่ไทม์ไลน์ปิดตำนานพระราม 2 ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม เคยประกาศว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2568 ก่อนเลื่อนเป็นปลายปี 2568 นั้น กลับห่างไกลจากความจริง แม้ M82 เฟสแรก ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย เปิดทดลองใช้บางส่วนแล้ว แต่ M82 เฟส 2 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุสำคัญ ยังต้องเลื่อนเปิดบริการไปเป็นเดือน ส.ค. หรืออาจถึงปลายปี 2569 เช่นเดียวกับโครงการทางด่วนสายพระราม 3ฯ ที่ขยับกรอบเปิดใช้ไปถึงปี 2570 จากปัญหาอุปสรรคหลายด้าน

“ตำนานพระราม 2” จึงไม่ได้ถูกจดจำเพียงในฐานะ ”ถนน7ชั่วโคตร” ที่ก่อสร้างยาวนานที่สุดสายหนึ่งของประเทศ แต่กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของระบบบริหารโครงการภาครัฐ ว่าจะสามารถสร้าง “ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย” กลับคืนมาให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ … เพราะผลการสอบสวนข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุเฉพาะหน้า หากคือ “ความล้มเหลวของระบบควบคุมความปลอดภัย” ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการหน้างาน ไปจนถึงโครงสร้างการบริหารโครงการ
และสิ่งที่ผู้คนรอคอย อาจไม่ใช่เพียงวันเปิดใช้ถนนหรือทางด่วนสายใหม่ หากคือวันที่การเดินทางบนถนนพระราม 2 จะไม่ต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัวอีกต่อไป
“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์”




