สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ งวดส่งมอบเดือน ก.ค. ปรับตัวขึ้น 1.09% อยู่ที่ 97.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขายของตลาดในเอเชีย ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ เวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต (ดับเบิลยูทีไอ) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.19% อยู่ที่ 94.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของราคาน้ำมัน เกิดขึ้นท่ามกลางการปะทะครั้งรุนแรงที่สุด ระหว่างกองทัพสหรัฐกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ของอิหร่าน นับตั้งแต่มีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการเจรจาที่อยู่ในภาวะเปราะบาง
Hostilities flare in Iran war, oil jumps with talks at a stalemate https://t.co/rfv7tH5bKn
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) June 3, 2026
จุดเริ่มต้นของการปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้น เมื่อกองทัพสหรัฐยิงขีปนาวุธเฮลไฟร์ใส่เรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติบอตสวานา ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่านบนเกาะคาร์ก โดยสหรัฐอ้างว่า เรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ
หลังจากนั้น ไออาร์จีซียิงขีปนาวุธใส่เรือลำหนึ่งที่ติดธงชาติไลบีเรียในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมอ้างว่า เรือลำดังกล่าว “มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐ” ในเวลาเดียวกัน กองทัพสหรัฐโจมตีสถานีควบคุมภาคพื้นดินทางทหารของอิหร่านบนเกาะเกชม์ ส่งผลให้อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐในคูเวตและบาห์เรน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐยืนยันว่า “การโจมตีทั้งหมดของอิหร่านล้มเหลว” โดยระบุว่า ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านถูกสกัดได้ หรือไม่สามารถเดินทางถึงเป้าหมาย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



