เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายอาทิตย์ ผ่อนสุข ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพสุพรรณบุรีในฐานะตัวแทนของสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากข้อสั่งการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่มอบหมายให้กรมประมงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกุ้งทะเลและแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้น โดยมีอธิบดีกรมประมงทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
ปัจจุบันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติอย่างรุนแรง จากปัญหาราคากุ้งทะเลตกต่ำจนต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่กรมประมงเคยประกาศไว้เมื่อปี พ.ศ. 2562 ซ้ำเติมด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางและกลไกทางการตลาด ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน ขาดสภาพคล่อง และไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการเลี้ยงกุ้งรอบถัดไป ขณะเดียวกันยังต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าพลังงาน ค่าอาหารสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ
ทั้งนี้ในวันที่ 4 มิ.ย. โดยการนำของนายครรชิต เหมะรักษ์ นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกว่า 200 คน จะเดินทางเข้าพบ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และยื่นข้อเสนอและมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1. โครงการส่งเสริมการรณรงค์บริโภคสินค้ากุ้งในประเทศตั้งเป้าหมายจำนวน 10,000 ตัน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน 2. โครงการชดเชยกิโลกรัมละ 20 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่กำลังประสบปัญหาราคากุ้งหน้าบ่อต่ำกว่าต้นทุนการผลิตในขณะนี้

นอกจากนี้จะเข้าพบนายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลอย่างเร่งด่วน หลังจากกำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ขาดสภาพคล่อง และไม่มีเงินทุนเพียงพอในการเริ่มรอบการเลี้ยงถัดไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพหลักของเกษตรกรในหลายพื้นที่
วิกฤติราคากุ้งตกต่ำในครั้งนี้เกิดจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 1. สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการส่งออกกุ้งของไทย 2. กลไกทางการตลาด ที่ทำให้ราคาซื้อขายหน้าฟาร์ม หรือ ราคาปากบ่อ ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วจนต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง 3. ภาระต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นค่าพลังงาน ค่าอาหารสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ
อย่างไรก็ตามสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย มีข้อเสนอแนะและมาตรการแก้ไขปัญหาต่อภาครัฐ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด ดังนี้: 1. ให้คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) บูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม ชมรม สหกรณ์ และผู้แทนเกษตรกร เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
และ 2. ขอให้กรมประมงเร่งนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทยสู่ความยั่งยืน เพื่อเปิดประชุมคณะกรรมการเป็นการเร่งด่วนในการหาทางออกร่วมกัน



