ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ชั้น 2 ศูนย์ราชการ จ.สระบุรี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี (ประธาน) นัดหมายส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าหารือประกอบไปด้วย นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าฯ จ.สระบุรี อุตสาหกรรม จ.สระบุรี,ท้องถิ่น จ.สระบุรี,นายอำเภอเมืองสระบุรี,นายอำเภอแก่งคอย,นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี และฯลฯ ในการแก้ไขปัญหา “น้ำเน่าเสีย” ห้วงฤดูฝนที่มีน้ำไหลมารวมกันที่ฝายน้ำล้น(ห้วยตะเข้) ใกล้ ร.ร.สวนกุหลาบ สระบุรี ส่งผลกระทบต่อ การผลิตน้ำประปาของเทศบาลเมืองสระบุรี และสิ่งแวดล้อม (กลิ่น) สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รอยต่อของ 2 อำเภอ ( แก่งคอย-อ.เมืองสระบุรี) 1 เทศบาล (เทศบาล ต.กุดนกเปล้า) 4 องค์การบริหารส่วนตำบล คือ อบต.ปากข้าวสาร-หนองปลาไหล-ห้วยแห้ง และ ตะกุด ตามที่มีสื่อต่างๆ ( ทีวี-โชเชี่ยล) วิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้

ในที่ประชุม ผู้ว่าฯ จ.สระบุรี ซักถามหน่วยงานฝ่ายปกครองและ ท้องถิ่นฯที่กำกับดูแล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบหาที่มาของแหล่งน้ำเสีย ที่มีผู้ประกอบการ (บางราย) ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่คูคลองสาธารณะต่างๆในพื้นที่ก่อนไหลมารวมกันที่”ห้วยตะเข้” ตามที่เป็นข่าว รวมถึงผลกระทบการผลิตน้ำประปาของเทศบาลเมืองสระบุรี ตลอดจน อุตสาหกรรมจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ที่ร่วมกันรวบรวม เก็บตัวอย่าง “น้ำ” ต้องสงสัยจากแหล่งน้ำต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันเพื่อจัดส่งไปพิสูจน์ทราบแหล่งที่มา และต้นตอของ”น้ำเสีย” ก่อนส่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

นายบัญชา เชาวรินทร์ กล่าวถึงสาระสำคัญที่จะหารือในครั้งนี้ คือ ปัญหา “น้ำเน่าเสีย” ในช่วงฤดูฝน ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 18 ปีแล้ว ตนไม่ขอพูดถึงอดีต แต่จะขอพูดเฉพาะ “ปัจจุบัน /อนาคต” เท่านั้นอยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนตนเข้าห้องประชุมเช้า วันนี้ ( 2 มิ.ย.69) ท่าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้มาพบตนเพื่อรับทราบช้อมูล “น้ำเน่าเสีย”ที่กำลังถูกวิพากษ์ วิจารณ์ในขณะนี้ ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในที่ต่างๆ ตอนหนึ่งระหว่างแลกเปลี่ยนข้อราชการกัน ได้มีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาระยะยาวคือการก่อสร้าง “บ่อบำบัดน้ำเสีย” ให้เป็น”น้ำดี” ก่อนไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำชลประทานคลองเพรียว เพื่อเป็นน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำชลประทานคลองเพรียวลงสู่แม่น้ำป่าสัก ก็เพื่อให้เทศบาลเมืองสระบุรีนำไปผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงผู้คนในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี ซึ่งในอนาคต เทศบาลเมืองสระบุรีจำเป็นต้องขยายชุมชนเมืองเพิ่มเติม ตามความเจริญของเศรษฐกิจและผังเมืองรวม อาทิ รถไฟความเร็วสูง และอื่นๆ กำลังติดตามมา

ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น โดยการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อตรวจสอบการปล่อยน้ำเสียจากผู้ประกอบการ และการเร่งขุดลอกคูคลองสาธารณะ ที่น้ำเสียไหลผ่านมีสภาพตื้นเขิน ส่วนการบำบัดน้ำเสียด้วยลูกโยน EM ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย สำหรับความเป็นไปได้มากน้อนเพียงใด ตนจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมใหญ่อีกครั้งในเร็วๆนี้ รวมถึงงบประมาณ อาจขอรับการสนับสนุนจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สระบุรี รวมถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน ทุกฝ่ายต้องลงมือและบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียให้ประชาชน ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว นายบัญชากล่าวสรุป