เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความ แถลงข่าวเปิดเผยหลักฐานกรณีถูกศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาจำคุกคดีมาตรา 112 ว่า คดีนี้น่าจะจบไปด้วยดีที่ศาลชั้นต้น หลังจากมีการยกฟ้องและคิดว่าอัยการไม่มีการอุทธรณ์ เพราะการสืบพยานเท็จ เป็นเพียงเอกสารที่นำมาประกอบและนำมาดำเนินคดีกับตัว มีการสร้างและตัดแต่งข้อความ รวมถึงเวลาในการโพสต์ในเฟซบุ๊ก

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 63 ระหว่างช่วงการชุมนุมของกลุ่มราษฎร โดยกลุ่ม Wevo ได้รับกุ้งมาจำหน่ายบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งในช่วงสายวันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวแกนนำหลายคน ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในแกนนำที่ถูกควบคุมตัว และถูกคุมตัวไปที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 จังหวัดปทุมธานี ถูกจับกุมและถูกยึดเครื่องมือสื่อสาร ก่อนนำตัวเข้าสู่ห้องขังตั้งแต่เวลาจับกุมตนไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้อีกเลย ซึ่งจากหลักฐานที่โจทก์นำมายื่นเป็นข้อความโพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก ลงเวลา 07.15 น. ของวันที่ 31 ธ.ค. 63 ซึ่งเป็นหลักฐานเท็จ แต่หลักฐานจริงๆ ตนได้โพสต์เมื่อเวลา 14.15 น. ในวันเดียวกัน นั่นแปลว่าเป็นการโพสต์ของแอดมิน ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ในที่คุมขังเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีการสื่อสารออกมา ศาลจึงว่าตนไม่ได้กระทำความผิด คนที่โพสต์คือ 1 ใน 5 แอดมิน ซึ่งโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าเป็นคนไหน ศาลชั้นต้นจึงยกฟ้อง

นายปิยรัฐ กล่าวว่า ในวันนั้นตนก็ได้แถลงต่อศาลว่า อโหสิกรรมให้กับทุกคนที่ทำเรื่องนี้และไม่ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ และจะลบโพสต์ดังกล่าว แต่ปัจจุบันยังไม่จบ โจทก์ยังใช้หลักฐานเดิมยื่นอุทธรณ์ ตนจึงไม่ยอมรับต่อการกระทำแบบนี้ เราทำหน้าที่ปกป้องสิทธิเสียงของประชาชน แต่จะไม่ปกป้องสิทธิเสียงของตนเองไม่ได้ ตรงนี้คือตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นที่ตนถูกกระทำแบบนี้ในการสร้างหลักฐาน ซึ่งแน่นอนว่าหลักฐานต้องไม่มีน้ำหนักขนาดไหน ศาลถึงยกฟ้องไปแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าจะกลุ่มปกป้องสถาบันที่เป็นภาคประชาชนนำหลักฐานเหล่านี้ไปแจ้งความตนที่ ปอท. และตำรวจมีหน้าที่เข้าไปค้นพยานหลักฐานก่อนสั่งฟ้อง เหตุใดถึงยังสั่งฟ้องอีก นี่จะตกเป็นจำเลยที่ 2 ของตนอย่างแน่นอน และจำเลยที่ 3 คือผู้ที่รู้อยู่แล้วว่าผิด แต่ก็ยังมีการยื่นอุทธรณ์ ตนก็ต้องดำเนินการต่อไป