เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.69 นางสาวพัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ การเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ห้องประชุมวายุภักษ์ 5 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนแวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนส่งเสริมบรรยากาศการแข่งขันทางการเมืองที่สร้างสรรค์ ภายใต้หลักการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม

โดยมีผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ผู้สมัคร ส.ก. ส่งตัวแทน เข้าร่วม อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมาย 9 นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ผู้สมัครหมาย 3 นายวีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล หมายเลข 8 นายโอฬาร ตั้งตราตระกูล หมายเลข 15 นางสาวลลนา มงคลหัสดินทร์ หมายเลข 17 นายสมชัย เจริญวรเกียรติ หมายเลข 18 เป็นต้น
น.ส.พัชรินทร์ กล่าวว่าการเลือกตั้งสมานฉันท์จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาด 3 องค์ประกอบ คือความเห็นพ้องร่วมกัน ความพึงพอใจร่วมกันและความปรองดองร่วมกัน และอาจทำให้การเลือกตั้งย่อมไม่เป็นที่พึงพอใจ ไม่เป็นที่ยินดีสำหรับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน เป็นการเลือกตั้งที่เห็นพ้องร่วมกัน พึงพอใจร่วมกันและเกิดการปรองดองร่วมกัน จึงเป็นที่มาสิ่งที่หลอมรวมทั้ง 3 มิติ คือ กฎหมายระเบียบที่ทุกคนจะต้องร่วมปฏิบัติ ข้อห้ามข้อพึงระมัดระวัง ซึ่งระเบียบกฎหมายบางข้อเปลี่ยนแปลง จึงขอให้ทุกคนใช้ความระมัดระวัง รวมถึงกรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ไปช่วยหาเสียงต้องพึงระมัดระวังด้วยเช่นกัน ซึ่งการจัดโครงการเลือกตั้งสมานฉันในวันนี้ จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงเหตุการณ์ที่พบเจอรวมถึงแนวทางในการแก้ไข หรือป้องกันตนเอง รวมทั้งแนวทางในการป้องปราม โดยมุ่งหวังว่าหลังประกาศผลการเลือกตั้ง จะทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่มีความน่าอยู่ มีความสร้างสรรค์กับทุกคน ส่วนตัวเชื่อมั่นทุกคนที่อาสาเข้ามาเป็นผู้บริหาร จะใช้ความรู้ความสามารถพัฒนากรุงเทพฯ มีความพร้อมและมีความตั้งใจ ที่จะทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ดียิ่งขึ้น
ด้านว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าโครงการนี้เพื่อให้ความรู้ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เข้าใจกฎกติกา ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเลือกตั้ง ลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง// วิธีการหาเสียงเลือกตั้งและข้อพึงระวัง ไปจนถึงการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายแก่ กกต. ภายใน 90 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ กล่าวเพิ่มว่า หลังจากปิดรับสมัคร ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อที่จะประกาศรายชื่อเป็นทางการ ซึ่งมีกรอบระยะเวลา 7 วันนับแต่วันสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครก็เริ่มหาเสียงกันบ้างแล้ว แต่เรื่องของป้ายหาเสียงยังมีจำนวนไม่มาก คาดว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำ ตอนนี้ทุกคนดำเนินการอยู่ในกฎกติกายังไม่มีผู้ใดที่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งเข้ามา
ในวันนี้จึงเป็นการเน้นให้ความรู้กับผู้รับสมัครเลือกตั้งคือสิ่งใดทำได้และสิ่งใดทำไม่ได้ โดยเฉพาะในมาตรา 65 คือการเสนอให้ สัญญาจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม / การจัดมหรสพรื่นเริง หรือจัดเลี้ยงผู้ใด / การหลอกลวง จูงใจใส่ร้าย บังคับขู่เข็ญ หรือให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง



