เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวเปิดการประชุมสัมมนาโครงการ “ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมาสู่อนาคตแห่งโอกาส” Korat Next-Gen All For Education แก่ผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน ว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ แต่จีดีพีกับอยู่อันดับ 10 ของประเทศ สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย ในการยกระดับการศึกษาของคนในจังหวัด ยิ่งทุกวันนี้อัตราการเกิดลดลง ทำให้จำนวนนักเรียนเปลี่ยนไป การลงทุนด้านการศึกษาจึงเปลี่ยนตามไปด้วย โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศเราจะต้องมีการตั้งงบประมาณเพื่อดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา ของประเทศ ขณะเดียวกัน ศธ.ให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิฐษ์ (AI) จะต้องส่งเสริมนักเรียน ครู ผู้บริหารจะต้องได้เรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า อีกส่วนคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วนซึ่งตนใช้คำว่า All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตั้งใจทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษา โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบและส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ… อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ ร่างพ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตินการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องที่สำคัญ ศธ. กระทรวงกระทรวงพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะผนึกการทำงานกันในทุกมิติ เพื่อลดจำนวนเด็กที่หลุดระบบการศึกษา โดยจังหวัดนครราชสีมาจะเป็น Sandbox ที่เป็นต้นแบบ Learning and Innovation City ในเรื่องต่าง ๆ ก่อนจะขยายผลไปจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนจะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

“สิ่งที่พูดหลายๆ เรื่องไม่ใช่ความฝันแต่ผมมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน ศธ. พร้อมเดินทางร่วมกับชาวโคราช การเดินทางครั้งนี้จะยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษาและสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหาร คือหัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผมมาครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ รวมถึงสร้างโอกาสให้กับทุกคน”นายประเสริฐ กล่าว

ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆ และหนึ่งเรื่องที่ยากมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมิน และกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆ นี้นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกปนะกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาว ในปี2570 อย่างเป็นทางการ

“การลดระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการศธ. ตั้งใจดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่า ผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” รมช. กล่าว