สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ว่าพล.ต.โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารอาวุโสของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านในตอนนี้ “ถึงทางตันแล้ว” และตอนนี้ขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้องเป็นผู้ทำลายทางตันนั้น


พล.ต.เรซาอีกล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญของข้อตกลงสันติภาพ “ที่อาจเกิดขึ้น” อยู่ที่ว่าสหรัฐจะยอมยกเลิกการอายัดทรัพย์สินมูลค่า 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 785,471.65 ล้านบาท ) หรือไม่ โดยข้อเสนอของอิหร่านคือ รัฐบาลวอชิงตันต้องคืนเงิน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 392,735.83 ล้านบาท ) ทันทีที่มีการลงนามในข้อตกลง ส่วนที่เหลือสามารถทยอยจ่ายภายหลังได้


พล.ต.เรซาอีมองว่า เรื่องนี้ถือเป็น “บททดสอบสำคัญเรื่องความไว้วางใจ” ที่สหรัฐต้องแสดงให้ทุกฝ่ายเห็นให้ได้ พร้อมทั้งย้ำว่าเงินเหล่านี้ “เป็นของอิหร่าน ไม่ใช่ของสหรัฐ”


ขณะเดียวกัน หากสหรัฐยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านและเปิดฉากการสู้รบขึ้นมาอีกครั้ง อิหร่านพร้อมที่จะลากสงครามให้ขยายตัวออกไปไกลกว่าอ่าวเปอร์เซีย โดยจะพุ่งเป้าโจมตีฐานทัพและเส้นทางการเดินเรือของสหรัฐ ตั้งแต่ช่องแคบฮอร์มุซ ไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย ช่องแคบพับอัลมันดับ ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ทะเลแดง และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน


แม้พล.ต.เรซาอีเชื่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้งยังค่อนข้างต่ำ แต่หากสหรัฐคิดจะโจมตีภาคพื้นดินในอิหร่าน อิหร่านก็พร้อมรับมืออย่างเต็มที่ และ”โลกจะได้เห็นศักยภาพทางทหารที่แท้จริงของอิหร่าน ว่ากองกำลังทางบกของอิหร่านแข็งแกร่งกว่าขีปนาวุธเหล่าเท่านัก


นอกจากนี้ พล.ต.เรซาอียังแสดงความกังขาต่อการทำข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ เนื่องจากกลยุทธ์ที่คลุมเครือของสหรัฐ และทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อิหร่านต้องการเรียกเก็บค่าจากเรือขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเพียง “ค่าบำรุงรักษา” ไม่ใช่ “ค่าผ่านทาง” และยืนยันว่าอิหร่านและโอมานมีอธิปไตยเหนือช่องแคบแห่งนี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES