เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ณ มัสยิดกุฎีช่อฟ้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดพิธีเปิด “มัสยิดกุฎีช่อฟ้า ปี 2569” โดยมี นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วย นายประสิทธิ์ มะหะหมัด เลขานุการจุฬาราชมนตรี นายมาโนช สมมนัส รองเลขานุการจุฬาราชมนตรี นายเดชา โต๊ะลง ผู้ช่วยเลขานุการจุฬาราชมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายศักดิ์เพชร ยานะแก้ว นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ (ด้านศาสนิกสัมพันธ์) นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางอมรรัตน์ กรึงไกร นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราช และพี่น้องชาวมุสลิม เข้าร่วมพิธี 

ภายในพิธีช่วงแรก เริ่มด้วยการอัญเชิญอัลกุรอานพร้อมความหมายภาษาไทย จากนั้น นายฮาซัน ฮานาฟี ประธานอำนวยการ กล่าวต้อนรับ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิศรุต เลาะวิถี ประธานจัดงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ก่อนที่ผู้มีเกียรติประกอบด้วย จุฬาราชมนตรี องคมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะได้กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ในการกล่าวรายงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิศรุต เลาะวิถี ประธานจัดงาน กล่าวว่า มัสยิดกุฎีช่อฟ้าเป็นศาสนสถานสำคัญของชุมชนมุสลิมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมุสลิมหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งอาหรับ เปอร์เซีย อินเดีย และมลายู ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณคลองตะเคียน และได้รับการสืบทอดบทบาทด้านศาสนา การศึกษา และการพัฒนาชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2567 มัสยิดกุฎีช่อฟ้าได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ ด้วยงบประมาณกว่า 21 ล้านบาท จากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรศาสนาอิสลาม และผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ เพื่ออนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์และพัฒนาศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชนต่อไป

ด้านนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแสดงความยินดีว่า มัสยิดกุฎีช่อฟ้าไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน แต่เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา ความเสียสละ และความสามัคคีของผู้คนที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน สะท้อนถึงคุณค่าของสังคมไทยที่เคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา พร้อมชื่นชมคณะกรรมการมัสยิด กลุ่มผู้มีจิตอาสา และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่สืบไป เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา ความรู้ และสันติสุขของชุมชนในอนาคต