นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,640 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 5,292 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 5,290 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 22 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 9 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวบิดเบือน เรื่อง รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง จ.จันทบุรี มีการเว้นช่องว่างไว้
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ขนส่งฯ เตรียมออกกฎหมายป้ายทะเบียน EV รถเก่าไม่ต้องเปลี่ยนป้าย แค่ติดเครื่องหมายพิเศษ
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ประกาศงดการเดินทางและกิจกรรมทุกประเภท เนื่องจากโควิดและไข้หวัดใหญ่มีความร้ายแรงมาก
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง รัฐบาลเพิ่มแพลตฟอร์มขายหวยออนไลน์ ผ่านเพจ แม่เจริญ
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศให้เลิกกิจการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กองทัพไทย มีอำนาจอยู่เหนือกฎหมาย
อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่ 4-21 มิ.ย. 69
อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง กำแพงรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเป็นช่องว่างไว้โดยไม่มีการวางหลักหมุดชายแดน

สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “รั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ฝั่ง จ.จันทบุรี มีการเว้นช่องว่างไว้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวบิดเบือน” ซึ่งจุดดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างและยังไม่แล้วเสร็จ บริเวณที่เห็นเป็นช่องว่างนั้นได้ออกแบบให้เป็นแผงตะแกรงเหล็กแบบถอดประกอบได้ เนื่องจากเป็นช่วงคร่อมบริเวณหลักเขตแดน จึงต้องคำนึงถึงการเข้าถึง การตรวจสอบ และการบำรุงรักษาหลักเขตตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นเพื่อป้องกันความสับสน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และหลีกเลี่ยงการสรุปข้อเท็จจริงจากภาพบางส่วนของโครงการที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด



