นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัทฯ ได้ประกาศรีแบรนด์จาก ไทยพาณิชย์ โพรเทค (SCB Protect) สู่ อินชัวร์ เอกซ์ (InsureX) โดยบริษัทยังคงอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX และมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้น 100% การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อบริษัท แต่ยังต้องการเปลี่ยนวิธีการดูแลลูกค้าจากการขายผลิตภัณฑ์ประกัน สู่การดูแลชีวิตผู้คนเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครอง พร้อมกับยกระดับมาตรฐานการให้คำปรึกษาด้านความคุ้มครองของไทย
โดยยึดมั่นในหลักการดำเนินงานของ อินชัวร์ เอกซ์ ที่สอดรับกับอนาคตของธุรกิจประกันที่มุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ภายใต้ปรัชญา 4INs ประกอบด้วย Intelligence เพื่อเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง Innovation เพื่อใช้ AI และเทคโนโลยี ออกแบบความคุ้มครองเฉพาะบุคคล Integrity เพื่อสร้างความไว้วางใจ ผ่านความจริงใจและโปร่งใส และ In-Touch เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่า ไม่ว่าช่วงเวลาสำคัญของชีวิตจะเป็นอย่างไร InsureX พร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ ให้คุณได้ชัวร์ทุกก้าวชีวิต
“พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคย และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และรูปแบบการใช้ชีวิต ความคุ้มครองจึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอสิ่งที่ลูกค้ามั่นใจ แต่ต้องนำเสนอสิ่งที่เข้าใจในชีวิตอย่างแท้จริง และพร้อมดูแลต่อเนื่องในทุกช่วงชีวิต ข้อมูลจากรายงาน Global Insurance Outlook 2025 สะท้อนว่า ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังความคุ้มครองที่ออกแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น
พร้อมทั้งต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญควบคู่กับประสบการณ์ดิจิทัลที่สะดวกและไร้รอยต่อ ดังนั้น ทิศทางของธุรกิจประกันในอนาคตจึงไม่ได้อยู่ที่การนำเสนอกรมธรรม์เพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนาโซลูชันที่เข้าใจชีวิต และสามารถดูแลความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน”
จากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุถึงภาพรวมของตลาดประกันยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราที่ชะลอลง และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตาม โครงสร้างสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ และการเติบโตของกลุ่มคนชั้นกลาง ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนความคุ้มครองและการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประกันชีวิตที่ครอบคลุมด้านสุขภาพและโรคร้ายแรง รวมถึงประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และประกันเพื่อวางแผนเกษียณ
ขณะเดียวกัน ช่องทางนายหน้าประกันยังคงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกัน อินชัวร์ เอกซ์ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านประกัน” เพื่อดูแลลูกค้าแบบเข้าใจทุกความต้องการตลอดช่วงชีวิต
ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ จึงกำหนด 3 กลยุทธ์หลักเพื่อเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป ประกอบด้วย
1.วางแผนความคุ้มครองโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric Advisory Experience) ออกแบบแผนคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ด้วยทางเลือกความคุ้มครองแบบ 360 องศา (360° Protection Planning) ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรบริษัทประกัน และยกระดับคุณภาพการให้บริการด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของทีมงานมืออาชีพ เข้ากับเทคโนโลยี จรรยาบรรณของช่องทางการขาย และการรักษาความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า
2.นำ AI ออกแบบโซลูชันความคุ้มครองแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalized Solution) สร้างความแตกต่างด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์สู่การออกแบบโซลูชันความคุ้มครอง โดยนำเทคโนโลยี AI มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า และผสานผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อออกแบบแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและครอบครัว
3.การเสริมพลังช่องทางการขายแบบ Omni-Channel พัฒนาและเชื่อมโยง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลล์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Right Channel, Right Customer, Right Timing) โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับช่องทางที่ปรึกษาด้านประกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น
พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาที่ปรึกษาด้านประกันสู่ระดับ MDRT (Million Dollar Round Table) ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานความเป็นเลิศของที่ปรึกษาด้านประกันระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพการให้คำแนะนำและรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเมื่อผสานกับช่องทางดิจิทัลและเทเลเซลล์ที่มีความแข็งแกร่ง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
นางสาวณภัชชา กล่าวว่า อินชัวร์ เอกซ์ มีเป้าหมายที่จะขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มระดับกลาง-บน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการวางแผนความคุ้มครองระยะยาว และยังมีช่องว่างด้านการบริหารความเสี่ยงอีกมาก อีกทั้งอินไซต์ของคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ต้องการที่ปรึกษาที่สามารถให้คำแนะนำ มากกว่าการถูกขาย ต้องการความง่ายและโซลูชันครบจบในที่เดียว
บริษัทจึงได้ยกระดับบทบาทของทีมขายสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านประกัน (Holistic Protection Advisory) ด้วยแผนการเสริมประสิทธิภาพและขยายทีมขายต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาตัวแทนระดับ MDRT ซึ่งเป็นระดับมาตรฐานสะท้อนความเป็นเลิศของที่ปรึกษาด้านประกันในระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพการให้คำแนะนำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยที่ปรึกษาด้านประกันของอินชัวร์ เอกซ์ ไม่เพียงแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกัน แต่ต้องสามารถให้คำแนะนำด้านความคุ้มครองแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต ความเสี่ยง และบริบททางการเงินของแต่ละบุคคลได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ แนวโน้มของตลาดประกันในระยะถัดไปจะเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดี่ยวไปสู่การออกแบบความคุ้มครองแบบองค์รวม เพื่อยกระดับคุณภาพของเบี้ยประกันในระยะยาว โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีฐานลูกค้าสะสมที่ให้บริการแล้วกว่า 600,000 ราย และมีเบี้ยประกันรวม (ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย) กว่า 4,300 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์และการให้ความสำคัญในการทำให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสม
บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรวมจะเติบโตสู่ระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 (ปี 2573) หรือ ภายใน 5 ปี โดยเบี้ยประกันเฉลี่ยควรอยู่ที่ 40,000 บาทต่อคน และ 100,000 บาทต่อครอบครัว ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทมีแผนขยายจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันจากปัจจุบัน 550 คน เป็น 5,000 คนภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันระดับ MDRT และ TOT จากปัจจุบัน 22 คน เป็น 200 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้คำแนะนำและการดูแลลูกค้าในระยะยาว



