เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) ร่วมยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีแชตไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งมีข้อความสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาว่า “ให้ช่วยน้ำเงินด้วย” ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งเข้าข่ายข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลางและเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง

นายวิโรจน์ ย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องข้อมูลผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ตามที่อธิบดีฯ พยายามชี้แจง แต่คือ มีการพิมพ์ข้อความนี้จริงหรือไม่ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถตรวจสอบผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไลน์ไอดีได้ภายใน 2 วัน หากประสานตำรวจไซเบอร์และบริษัท ไลน์ ประเทศไทย พร้อมแสดงความกังวลว่ากระบวนการตรวจสอบกันเองของระบบราชการอาจจะล่าช้า แต่เชื่อว่าสุดท้ายความจริงจะปรากฏและผู้กระทำผิดต้องติดคุก

“นอกจากนี้ ขอฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า ควรมีความกล้าหาญที่จะสั่งโยกย้ายอธิบดีรายนี้ออกไปก่อน ไม่ควรปล่อยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ เพียงเพราะเกรงใจผู้สนับสนุนหลัก ที่อยู่เบื้องหลังอธิบดีท่านนี้” นายวิโรจน์ กล่าว

ด้าน นายเฉลิมพงศ์ สส.ภูเก็ต ระบุว่า ในช่วงเลือกตั้ง พื้นที่ภูเก็ตสัมผัสได้ถึง “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่มีการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าฯ นำเงินไปซื้อเสียง จนถึงอธิบดีฯ ส่งไลน์สั่งปลัดจังหวัดและปลัดอำเภอให้ช่วยผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย หากข้าราชการคนไหนไม่ทำตามจะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้าย เช่น กรณีจัดฉากว่านายอำเภอเมืองรับสินบนปืนเพื่อหาเรื่องย้ายออก ทั้งนี้ตนจะเดินทางไปร้องเรียนต่อ กกต. ควบคู่กันไปด้วย

ขณะที่ นายภัทรพงศ์ (ทนายอั๋น) ในฐานะทนายความของปลัดจังหวัดภูเก็ต เผยว่า ได้ยื่นฟ้องอธิบดีกรมการปกครองต่อศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 8 แล้ว ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเรื่องนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของสภา ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จึงขอท้าให้อธิบดีฯ เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ต่อมานายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต และนายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต. ให้ตรวจสอบในประเด็นดังกล่าวด้วย และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่ตัวเองมีอยู่ อย่าพยายามยื้อด้วยวิธีต่างๆ เพราะสังคมจับตาอยู่ ต้องทำให้สังคมกระจายโดยเร็วที่สุด