เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดระนอง พล.ต.ต.ธนวัตร วัฒนกุล ผบก.ภ.จว.ระนอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรร แก้วสว่าง พ.ต.อ.มนเทียร เบ้าทอง พ.ต.อ.สุทธิ นิติอัครพงศ์ และ พ.ต.อ.สมบัติ ชุมพล รองผบก.ภ.จว.ระนอง ประชุมร่วมกับ 17 หน่วยงานความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ภายใต้โครงการ NSDD Thailand ISLE Survey ของสำนักงานความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เพื่อเดินหน้าภารกิจสกัดกั้นการลักลอบขนย้ายวัสดุนิวเคลียร์และสารกัมมันตรังสีบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา
พล.ต.ต.ธนวัตร กล่าวว่า การเลือกจังหวัดระนองเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีแนวชายแดนทางบกติดกับเมียนมายาวกว่า 100 กิโลเมตร มีช่องทางธรรมชาติจำนวนมาก และมีท่าเรือน้ำลึกที่กำลังได้รับการผลักดันเป็นประตูส่งออกสู่กลุ่มประเทศ BIMSTEC ซึ่งมีประชากรกว่า 2,000 ล้านคน หากมีวัสดุกัมมันตรังสี หรือวัสดุที่หลุดรอดจากการควบคุม (MORC) เล็ดลอดเข้ามาได้ ความเสียหายจะส่งผลกระทบในระดับภูมิภาคทันที

สำหรับโครงการ NSDD มีเป้าหมายเพื่อช่วยประเทศพันธมิตรติดตั้งระบบตรวจจับและสกัดกั้นไม่ให้วัสดุนิวเคลียร์หลุดไปอยู่ในมือผู้ก่อการร้ายเพื่อนำไปใช้ทำ “Dirty Bomb” หรือระเบิดสกปรก โดยขั้นตอนการลงพื้นที่ “ISLE Survey” ที่ระนองในครั้งนี้ เป็นการสำรวจจุดบกพร่องตามแนวชายแดน เพื่อประเมินการติดตั้งเครื่องตรวจจับรังสีถาวรที่ท่าเรือ ด่านศุลกากร และจุดตรวจสำคัญ พร้อมทั้งฝึกอบรมเจ้าหน้าที่หน้าด่านในการใช้เครื่องตรวจรังสีแบบมือถือ และวางแผนตอบโต้เหตุหากตรวจพบสารอันตราย
“หัวใจสำคัญของภารกิจนี้คือต้องตรวจให้เจอตั้งแต่หน้าด่าน เพราะถ้าหลุดรอดเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน การควบคุมจะทำได้ยากและมีต้นทุนความเสียหายสูงมาก” ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานว่า ความยากของภารกิจนี้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ โดยมีการบูรณาการกองกำลังถึง 17 หน่วยงาน ครอบคลุมทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และศุลกากร อาทิ ด่านศุลกากรระนอง, ตม.ระนอง, ตำรวจน้ำ, ทหาร ร.25 พัน.2, ศรชล., ตชด.415, ตำรวจสันติบาล, กอ.รมน. รวมถึงตำรวจภูธรในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่การข่าว การตรวจค้น ไปจนถึงการขยายผลจับกุม หลังจากในช่วงปีที่ผ่านมา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตรวจพบสารซีเซียม-137 และโคบอลต์-60 ถูกลักลอบขนย้ายผ่านชายแดนเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ การยกระดับมาตรการความมั่นคงนิวเคลียร์ดังกล่าว ยังเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ประธานหอการค้าภาคใต้เสนอโครงการรถไฟชุมพร-ระนอง งบประมาณ 3-5 หมื่นล้านบาท เพื่อดันระนองเป็นศูนย์กลางการค้าการขนส่ง ซึ่งการวางระบบป้องกันภัยขั้นสูงในวันนี้ จึงถือเป็นการปูพื้นฐานความปลอดภัยรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อไม่ให้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยหลังจากนี้ทุกภาคส่วนจะจับตาการประเมินผลเพื่อนำไปสู่การติดตั้งเครื่องตรวจจับจริง และพัฒนาให้ระนองกลายเป็นโมเดลต้นแบบด้านความมั่นคงให้กับจังหวัดชายแดนอื่นๆต่อไป.



