นาย ราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยในงาน เอไอ ทัวร์ แบงค็อก (AI Tour Bangkok) ว่า   จากรายงาน โกลบอล เอไอ ดิฟฟิวชัน  ฉบับล่าสุดของไมโครซอฟท์ พบว่าสัดส่วนการใช้งาน เอไอ อย่างจริงจังในกลุ่มประชากรวัยทำงานทั่วไทย เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 68 มาเป็น 12.4% ในไตรมาสแรกของปี 69 ทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของสัดส่วนผู้ใช้ เอไอ สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ตามหลังเพียงเกาหลีใต้เท่านั้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจ  เวิร์ก เทรนด์ อินเดกซ์ 2026 ของไมโครซอฟท์ ยังระบุว่า ในกลุ่มพนักงานองค์กรต่าง ๆ ในไทย ราว 32% ของผู้ที่ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่ม“ฟรอนเทียร์ โปรเฟสชันนัล” หรือผู้ใช้ เอไอ ระดับสูง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16% ถึงสองเท่า ขณะเดียวกัน ในมิติของภาวะผู้นำและทิศทางเชิงกลยุทธ์ 51% ของคนทำงานไทยมองว่าผู้นำในองค์กรของตนมีวิสัยทัศน์ด้าน เอไอ ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% หรือ สองเท่าเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายงานนี้สะท้อนถึงการตอบรับที่คึกคักและการตื่นตัวด้าน เอไอ ในประเทศไทย

นาย ราล์ฟ กล่าวต่อว่า องค์กรทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนต่างกำลังเดินหน้าจากการทดลองใช้งาน เอไอ ไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สัมผัสได้จริง และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีในด้านนี้ โดยทาง ไมโครซอฟท์ ได้เห็นทั้งการนำ เอไอ มาปรับปรุงการดำเนินงาน สนับสนุนการตัดสินใจ และสร้างผลงานที่มีคุณค่า โดยสำหรับไมโครซอฟท์แล้ว เป้าหมาย คือการช่วยให้ทุกองค์กรเปลี่ยนศักยภาพของ เอไอ เป็นมูลค่าทางธุรกิจที่แท้จริง

ด้าน นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวว่า  การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่แนวหน้าด้าน เอไอ จะเกิดขึ้นได้จากพลังความมุ่งมั่นร่วมกันของผู้คน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน ที่นำศักยภาพของ เอไอ มาเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน สิ่งที่เราได้เห็น ตอกย้ำว่า เอไอ คือพลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้กับทั้งประเทศและสังคม และเปิดทางให้เรารับมือกับความท้าทายที่ก่อนหน้านี้อาจดูไกลเกินเอื้อม ประเทศไทยกำลังเปิดรับโอกาสนี้อย่างเต็มที่ และไมโครซอฟท์รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญนี้

สำหรับการจัดงาน AI Tour Bangkok จัดขึ้นต่อจากงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของไมโครซอฟท์ Build 2026 เมื่อวันที่ 2-3 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบกับนวัตกรรม AI ล่าสุดจากแพลตฟอร์มระดับโลกของไมโครซอฟท์เป็นครั้งแรกอีกด้วย

  • ทีมผู้ช่วยอัจฉริยะที่เป็นของคุณอย่างแท้จริง – Microsoft Agent Platform ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Microsoft IQ ช่วยให้ทีมต่างๆ ในองค์กรสามารถสร้างเอเจนต์ใน GitHub นำไปทำงานบน Microsoft Foundry และเรียกใช้งานได้ผ่าน Microsoft Teams และแอป Microsoft 365 โดยแต่ละเอเจนต์จะรับรู้และเข้าใจถึงเนื้อหางานที่ทำ ทั้งยังบริหารจัดการได้อย่างมั่นใจภายในองค์กร และตอบสนองได้รวดเร็วอีกด้วย
  • การพัฒนาแบบครบวงจรในแบบของคุณทุกขั้นตอน – นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ได้ด้วยเครื่องมือ โมเดล และระบบงานที่ถนัด พร้อมเลือกใช้งานชิป ระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มการพัฒนา หรือระบบคลาวด์ได้ตามต้องการ โดยพร้อมตอบโจทย์ตั้งแต่ Windows ที่มีความสามารถใหม่ๆ เข้ามาเสริมความยืดหยุ่นในการพัฒนาแอปและเครื่องมือ AI บนเครื่องของคุณเอง ทั้งยังรองรับการสร้างสรรค์เอเจนต์ใหม่ๆ ได้ในตัว

     
  • ปูทางสู่อนาคต – ระบบเอเจนต์บนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์กำลังก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยความสามารถที่ครอบคลุมมากกว่าการเขียนโค้ด แต่ต่อยอดไปถึงการขับเคลื่อนพัฒนาการของมนุษยชาติ เสริมความสามารถให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยสาขาต่างๆ ได้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้และพรมแดนใหม่ๆ ในโลกวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ โดยที่ยังคงใช้แพลตฟอร์มการพัฒนาที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว