“ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์” พาไปส่องพื้นที่ “รู้สนาม 50 เขต” มาถึง 4 เขต ที่เหลือฝั่งกรุงเทพตะวันออก ได้แก่ เขตลาดกระบัง เขตประเวศ เขตมีนบุรี และเขตหนองจอก พื้นที่ที่มีโซนนิคมอุตสาหกรรม หมู่บ้านขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ คลังสินค้า รวมถึงก็ยังมีพื้นที่เกษตรกรรม

เริ่มกันที่ เขตลาดกระบัง พื้นที่เขตติดต่อกับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ มีสถานศึกษา โรงพยาบาล หลายแห่ง เขตลาดกระบังสีพื้นที่รวม 123.86 ตร.กม. มีถนนเพื่อเชื่อมต่อไปยังใจกลางเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจังหวัดในภาคตะวันออก อาทิ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา) ถนนกิ่งแก้ว ถนนลาดกระบัง ถนนเจ้าคุณทหาร
ถนนฉลองกรุง เป็นต้น

ปัญหาหลักๆ ของพื้นที่คือเรื่องการจราจร ที่ติดขัดและหนาแน่น โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนทั้งช่วงเช้าและเย็น และปัญหาถนน ที่ผิวจราจรชำรุดจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ และความปลอดภัยทางถนนซึ่งมักจะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง

เขตลาดกระบัง มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 180,000 คน และมีชุมชนที่จดทะเบียนรับรองตามระเบียบกรุงเทพมหานครรวมทั้งหมด 67 ชุมชน ถือว่าเป็นย่านที่มีความหลากหลาย และอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากชุมชนชานเมือง สู่เมืองอุตสาหกรรม-การพาณิชย์สมัยใหม่ เนื่องจากมีลักษณะที่เป็นทั้งชุมชนเมืองและเคหะชุมชน , ชุมชนชานเมืองและชุมชนเกษตรกรรม และ ชุมชนแออัดและอาคารสูง

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) คนเดิม คือ ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา พรรคเพื่อไทย และในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ “ดร.จอห์น” ลงสมัครชิงชัยอีกครั้งแต่ไม่ได้สังกัดพรรค โดยรวมกลุ่มกับอดีตสก.อีกหลายคนตั้งกลุ่มทำงานใหม่ในนาม Better Bangkok

ส่วนคู่แข่งนั้นเรียกว่าตีคู่สูสีกันมาเลย เพราะถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าส่งผู้สมัคร สก.ในนามพรรค แต่ก็มี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคกรุงเทพมหานคร ลงมาช่วยดูแล ผู้สมัคร สก. “กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว”

โดยเฉพาะเขตนี้ ได้ส่ง น.ส.ชวัลพัชร สําเร็จวาณิชย์ หลานสาวแท้ๆ ของ น.ส.ธีรรัตน์ มาลงชิงชัยเพื่อรักษาพื้นที่ต่อไป โดยช่วยหลานสาวลงพื้นที่แนะนำตัว พบปะประชาชน สื่อสารนโยบาย ประกอบกับที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมสาธารณกุศลในเขตร่วมกับ น.ส.ธีรรัตน์ อยู่เป็นประจำ

นอกจากกลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัวแล้ว ยังมีผู้สมัคร สก.จากพรรคต่างๆ ส่งตัวแทนลงสู้ศึกครั้งนึ้ด้วยเช่นกัน ทั้ง พรรคประชาชนส่งนายอานนท์ แม้นเพชร , พรรคประชาธิปัตย์ ส่งนสพ.อนันต์ ฤกษ์ดี และพรรคเศรษฐกิจ ส่งนายวันชัย รัตนขจรไชย เป็นต้น

พื้นที่ต่อมา เขตประเวศ เรียกว่าเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมสู่ความเป็นเมือง เพราะปัจจุบันมีการขยายตัวของเมืองจึงทำให้มีพื้นที่พักอาศัยหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณถนนสายหลัก เช่น ถนนศรีนครินทร์, ถนนพัฒนาการ, ถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) และ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกตะวันออก) อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อย่างสวนหลวง ร.9 และ สวนสาธารณะบึงหนองบอน

เขตประเวศ มีพื้นที่ 52.49 ตร.กม. มีจำนวนประชากร 184,355 คน โดยมีชุมชนที่จัดตั้งตามระเบียบ กทม.จำนวน 45 ชุมชน ทั้งชุมชนเมือง ชุมชนชานเมือง และชุมชนหมู่บ้านจัดสรร แต่ชาวชุมชนก็อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างเหนียวแน่น โดยมีศาสนสถานสำคัญกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เช่น วัด 6 แห่ง และมัสยิด 13 แห่ง

ส่วนปัญหาเรื่องร้องเรียน มีทั้งปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุช ฝุ่นควันและ PM 2.5 ไฟฟ้าแสงสว่าง สภาพถนนและทางเท้าชำรุด รวมถึงการลักลอบทิ้งขยะและปัญหาความสะอาดในชุมชน

สก.เดิม คือ นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล พรรคประชาธิปัตย์ และลงชิงชัยต่ออีกสมัยในนามพรรคเดิม ส่วนคู่แข่งครั้งนี้ มีทั้งจากพรรคประชาชน คือ ฐาปนีย์ สุขสำราญ , พรรคเศรษฐกิจ นายกิตติธัช อยู่ดี , กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว นายธนันชัย พฤฒิสวัสดี เป็นต้น

พื้นที่ต่อไป เขตมีนบุรี มีพื้นที่รวม 63.645 ตร.กม. จำนวนประชากรราว 140,420 คน มีจำนวนชุมชนที่จดทะเบียนรับรองเป็นทางการทั้งหมด 61 ชุมชม พื้นที่นี้จะมีคูคลองตัดผ่านหลายสาย ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี คือ คลองแสนแสบ ในอดีตเขตนี้เคยเป็นย่านเกษตรกรรมและทำนาที่ใหญ่มาก แต่ปัจจุบันบริบทของพื้นที่ได้เปลี่ยน แบ่งเป็นพื้นที่ฝั่งเศรษฐกิจและการอยู่อาศัย และยังเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้มที่สถานีมีนบุรี

ส่วนพื้นที่ฝั่งเกษตรกรรมและธรรมชาติ ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ค่อนข้างมาก บางพื้นที่ยังเป็นทุ่งนา , สวนกล้วยไม้ , บ่อเลี้ยงปลา และมีลำคลองสายเล็กสายน้อยกระจายอยู่ทั่วไป

สำหรับปัญหาที่พบในพื้นที่ อาทิ ด้านถนนและทางเท้าที่ชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ปัญหาการจราจรและการจอดรถกีดขวางทำเลคอขวด ถึงแม้จะมีรถไฟฟ้าให้บริการแล้ว แต่การเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองในช่วงเวลาเร่งด่วนยังคงมีปัญหารถติดสะสมสูง ปัญหาระบบระบายน้ำและน้ำท่วมขัง เป็นต้น

สก.เดิม คือ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย แต่ครั้งนี้กลับมาชิงตำแหน่งเดิมในนาม กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว ส่วนคู่แข่งครั้งนี้ มีทั้งจากพรรคประชาชน นายกิตติคุณ รุจิมงคล , พรรคประชาธิปัตย์ นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ เป็นต้น

พื้นที่ต่อเนื่องกับมีนบุรี คือ เขตหนองจอก พื้นที่ติดต่อกับ จ.ฉะเชิงเทรา มี“ขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด”ใน กทม. 236.261 ตร.กม. ประชากร 184,138 คน มีชุมชนกว่า 70 ชุมชน โดยพื้นที่ภาพรวมถือเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ผสมผสานวิถีชีวิตเกษตรกรรมดั้งเดิมและชุมชนมุสลิมเข้ากับความเจริญสมัยใหม่

ในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ยังคงมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนาข้าว ทำสวนผลไม้ และถึงแม้จะเป็นพื้นที่นอกเมือง แต่ก็มีการเติบโตของโซนที่อยู่อาศัย หมู่บ้านจัดสรร โดยมีถนนสายหลัก รองรับการเดินทาง เช่น ถนนสุวินทวงศ์ ถนนฉลองกรุง และถนนเชื่อมสัมพันธ์

ปัญหาร้องเรียนที่พบมากที่สุดในพื้นที่เขตหนองจอก คือ ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะเรื่องถนน และเส้นทางคมนาคม ปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำในคลอง รวมทั้งปัญหาขยะตกค้างและระบบจัดเก็บ

สก.เดิม คือ นายไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์ สังกัดอิสระ ที่ชนะการเลือกคั้งซ่อมเข้ามาทำหน้าที่ สก.ในสมัยที่แล้วแต่ครั้งนี้ไม่ได้ลง โดยให้การสนับสนุน นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน ซึ่งเป็นหลานชาย ส่วนคู่แข่งรายอื่นๆ เช่น นายวรชัย สมบัติเจริญกิจ พรรคเศรษฐกิจ , นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ พรรคประชาธิปัตย์ , นายพีระพงษ์ รัสมี กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว.