“เดอะ ซัน” สื่อดังของอังกฤษ รายงานความไม่พอใจของแฟนบอล “สิงโตคำราม” ที่มีต่อราคาเบียร์ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ระบุว่าเกมแรกของอังกฤษ แฟนบอลจะต้องจ่าย 12.62 ปอนด์ (ราว 555 บาท) เป็นค่าเบียร์ 1 แก้ว
เบียร์นำเข้า เช่น สเตลลา อาร์ตัวส์ จะมีราคาสูงกว่าปกติที่สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม ในเมืองอาร์ลิงตัน ส่วนเบียร์ท้องถิ่นอย่างมิเชลอบ อัลตรา หรือ บัดไวเซอร์ จะมีราคา 11.88 ปอนด์ (ราว 523 บาท) ต่อไพนต์
แต่ที่ทำให้ไม่พอใจยิ่งกว่าราคาแพงนั่นคือ ไพนต์ของสหรัฐ มีขนาดเท่ากับ 16 ออนซ์ หรือ 473 มิลลิลิตร ซึ่งเล็กกว่าไพนต์ของอังกฤษ ที่มีปริมาณ 20 ออนซ์ หรือ 591 มิลลิลิตร มากถึง 17 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นนักดื่มจะได้เบียร์น้อยลงไปอีกเมื่อเทียบกับที่เคยดื่มในอังกฤษ
ไม่ใช่แค่นั้น แฟนบอลที่นั่งในที่นั่งพิเศษและมีพนักงานนำเบียร์มาเสิร์ฟให้ จะต้องจ่ายทิปอีก 20 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้ค่าเบียร์สูงกว่า 15 ปอนด์ (ราว 660 บาท) มากกว่าราคาเฉลี่ยในผับของอังกฤษถึงสามเท่า
แม้แต่น้ำเปล่าก็ราคา 6.14 ปอนด์ (ราว 270 บาท) สำหรับปริมาณ 473 มิลลิลิตร ขณะที่ฮอตดอกราคา 6.66 ปอนด์ (ราว 293 บาท) และเบอร์เกอร์ราคา 12.62 ปอนด์ (ราว 555 บาท)
ไซมอน แฮร์ริส วัย 67 ปี จากเมืองบริดจ์นอร์ธ กล่าวว่า “ราคาเบียร์แพงเกินไป แต่ก็ไม่น่าแปลกใจในฟุตบอลโลกที่เอาเปรียบแบบนี้”



