สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่า กรีซ ประเทศทางใต้สุดของยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และจุดเดินทางเข้าหลักของผู้อพยพ เป็นแนวหน้าของวิกฤติในปี 2558-2559 เมื่อผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ข้ามพรมแดนเข้ามาในยุโรป
แม้จำนวนผู้อพยพที่เดินทางมาถึงลดลงนับตั้งแต่นั้นมา แต่เกาะ 2 แห่งในทะเลอีเจียน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายฝั่งทวีปแอฟริกามากที่สุด ได้แก่ เกาะครีต และเกาะกาฟดอส กลับพบว่าจำนวนเรือผู้อพยพ ส่วนใหญ่มาจากลิเบีย เดินทางมาถึงชายฝั่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติและรัฐบาลของอียู เห็นชอบกับกฎระเบียบใหม่ที่อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ส่งตัวผู้อพยพที่ถูกสั่งให้ออกจากกลุ่มประเทศสมาชิก ไปยังศูนย์กักกันในประเทศที่สาม แม้ความเคลื่อนไหวนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าอาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ กรีซกำลังทำงานร่วมกับเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี และออสเตรีย เพื่อจัดตั้งศูนย์กลางการส่งตัวกลับและการขนส่งร่วมกัน ขณะที่การเจรจาทวิภาคีกับยูกันดา เกี่ยวกับข้อตกลงที่คล้ายคลึงกัน ถูกระงับไว้เป็นการชั่วคราว
ด้านนายธานอส เพลฟริส รมว.การย้ายถิ่นฐานของกรีซ กล่าวว่า ประเทศสมาชิกอียูดำเนินการเจรจากับประเทศที่สาม เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงฉบับแรกในปีนี้ และคาดว่าศูนย์กลางการส่งตัวกลับจะเปิดทำการได้ในปี 2570.
เครดิตภาพ : REUTERS



