เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า สมาคมฯ ได้ยื่นข้อเสนอสำคัญ เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาเอกชนให้มีความคล่องตัวและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศมากยิ่งขึ้น ได้แก่ การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การผลักดันระบบ Credit Bank ให้ครอบคลุมผู้เรียนในภาคเอกชนมากขึ้น รวมถึงการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาเอกชนสามารถจัดหลักสูตรระยะสั้นได้อย่างคล่องตัวเช่นเดียวกับภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการฟื้นมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษา ซึ่งเดิมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ในอัตรา 2 เท่า แต่ปัจจุบันสิทธิประโยชน์ดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว โดยศธ.อยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอ เพื่อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สมาคมฯยังมีข้อเสนอเรื่องการบริหารงบประมาณ โดยเฉพาะกรณีเงินเหลือจ่ายจากโครงการต่าง ๆ ที่สถานศึกษาต้องส่งคืนรัฐ ซึ่งประเด็นนี้ต้องพิจารณาตามระเบียบและนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ ขณะเดียวกันยังมีประเด็นคำสั่งคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 8/2559 โดยใช้มาตรา 44 เพื่อโอนย้ายการดูแลวิทยาลัยอาชีวะเอกชน จากเดิมที่ขึ้นตรงกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปอยู่ภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้การจัดการศึกษาอาชีวะทั้งรัฐและเอกชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสมาคมฯมีข้อเสนอถึงเรื่องนี้ว่าอยากให้อาชีวศึกษาเอกชนได้กลับไปอยู่ในสังกัดสช.ตามเดิม เนื่องจากบริหารจัดการงานได้คล่องตัวกว่า โดยตนรับที่จะนำข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา หากเห็นว่าไม่ติดขัดอะไร และเป็นการดำเนินงานเพื่อประโยชน์แก่การบริหารจัดการการศึกษาก็พร้อมจะโอนย้ายให้กลับไปอยู่กับสช.ตามเดิมได้

ด้านนายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ข้อเสนอต่างๆที่นำเสนอให้รมว.ศธ.พิจารณา เป็นมติร่วมจากสมาชิกกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนให้สามารถแข่งขันและผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน สำหรับข้อเสนอสำคัญ ประกอบด้วย การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและพัฒนาทักษะแรงงาน การผลักดันระบบ Credit Bank การเปิดหลักสูตรระยะสั้นให้มีความยืดหยุ่น การเพิ่มงบประมาณพัฒนาครูอาชีวศึกษาเอกชน การลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณรายหัวระหว่างผู้เรียนภาครัฐและเอกชน การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพให้สมดุลกับสายสามัญ ตลอดจนการเร่งผลักดันกฎหมายด้านการศึกษาและการคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคเอกชนที่สนับสนุนการศึกษา
“ปัจจุบันผู้เรียนอาชีวศึกษาเอกชนได้รับงบประมาณรายหัวเพียงประมาณ 70% ของภาครัฐ ทั้งที่เป็นนักเรียนไทยเช่นเดียวกัน ขณะที่การยกเลิกสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี 2 เท่าสำหรับผู้บริจาคเพื่อการศึกษา ส่งผลให้ภาคเอกชนขาดแรงจูงใจในการสนับสนุนสถานศึกษา จึงอยากให้ภาครัฐช่วยพิจารณาเรื่องนี้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของประเทศในระยะยาว” นายวิเชียร กล่าว



