วันที่ 10 มิ.ย. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ค่าเงินบาทและเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ไม่จำเป็นต้องเรียกประชุมพิเศษอย่างกรณีอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ การตัดสินใจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของอินโดนีเซียในการประชุมรอบพิเศษที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพื่อลดแรงกดดันที่ทำให้เงินรูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่าเร็ว ขณะที่ค่าเงินบาทโดยรวมอ่อนค่าลงบ้างแต่การเคลื่อนไหวยังมีเสถียรภาพ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อินโดนีเซียเคลื่อนไหวอ่อนค่าต่อเนื่องมากกว่า 8% และเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังนักลงทุนขายสินทรัพย์อินโดนีเซียต่อเนื่องทั้งหุ้นและพันธบัตร รวมประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความกังวลต่อเสถียรภาพในประเทศหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งฯ โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินนโยบายการคลัง และความกังวลต่อการลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่กลุ่ม Frontier market จาก Emerging market 

ด้านเงินบาท ปรับอ่อนค่าประมาณ 5.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง ขณะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนการขายสุทธิสินทรัพย์ไทยเพียง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มกลับมาไหลเข้าในพันธบัตรระยะยาวและตลาดหุ้นในระยะหลังแล้ว