นายมานิตย์ อินทองปาน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า หลังประเทศมาเลเซียปิดด่านไม่ให้นำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ส่งผลให้ราคากุ้งตกต่ำมากและยังไม่มีผู้รับซื้อ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรงโดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ตรัง สตูล สงขลา และนครศรีธรรมราช มีกุ้งประมาณ 40  เปอร์เซ็นต์ที่ส่งไปขายที่ประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแม้ราคากุ้งจะปรับตัวลดลงเป็นประจำทุกปี แต่ยังมีตลาดรองรับและมีผู้รับซื้อ ทว่าปีนี้นอกจากราคาจะตกต่ำแล้ว ยังไม่มีผู้รับซื้ออีกด้วย จนปัญหาขยายวงกว้างกระทบผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ

ปัจจุบันผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งจำนวนมากต้องหยุดกิจการไปเพราะไม่กล้าปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยง เนื่องจากไม่มั่นใจต่อสถานการณ์ตลาดในอนาคต ขณะที่การขอความช่วยเหลือจากภาครัฐยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แม้จะมีการยื่นหนังสือถึงหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้แพรับซื้ออีกหลายแห่งแทบหยุดรับซื้อ เพราะไม่รู้จะนำกุ้งไปจำหน่ายที่ไหน ตัวอย่างเช่น หากแพรับซื้อกุ้งมา 9 ตัน ห้องเย็นในจังหวัดสงขลารับได้เพียง 6 ตัน ส่วนอีก 3 ตันตามปกติจะส่งไปยังประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อส่งไม่ได้ กุ้งส่วนที่เหลือก็ไม่มีตลาดรองรับ กลายเป็นปัญหาสะสมอย่างหนัก

สำหรับจังหวัดตรัง ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงกุ้งประมาณ 260 ราย จากเดิมที่เคยมีผู้เลี้ยงมากกว่า 500 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการหดตัวของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มลดลงอีก หากภาครัฐยังไม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนและความเสี่ยงทุกวัน โดยแต่ละบ่ออาจขาดทุนตั้งแต่ 500,000 บาทถึง 1 ล้านบาท ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และอาจทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเลิกกิจการในที่สุด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามหนักกว่านี้