กรมชลประทานเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ ชูความคืบหน้า โครงการระบายน้ำอาคารประกอบคลองโตน ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งพังทลาย คืบหน้าเกือบ 100% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ในสัญญา เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำป่าในช่วงฤดูมรสุมปลายปี พร้อมลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนและข้อกังวลของชาวบ้าน ยืนยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมปรับปรุงหน้างานเพื่อความมั่นคงแข็งแรง
โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2567-2568 วงเงินงบประมาณ 54 ล้านบาท มีลักษณะเป็นโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งพังทลาย รูปแบบโครงสร้างเรียงซ้อนแบบขั้นบันได ความสูง 4 เมตร ความยาวฝั่งละ 500 เมตร รวมทั้งสองฝั่งคลองเป็นระยะทาง 1,000 เมตร
ตามสัญญากำหนดเริ่มต้นเดือนธันวาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาในเดือนพฤศจิกายน 2569 แต่ทางโครงการได้เร่งรัดผู้รับเหมาจนตัวโครงสร้างหลักเสร็จสิ้นก่อนเข้าสู่ช่วงหน้ามรสุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนเหมือนปีที่ผ่านมา

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ สภาพภูมิประเทศพบว่าฝั่งหนึ่งของคลองไม่มีปัญหา เนื่องจากชาวบ้านยินยอมให้พื้นที่และทางโครงการเตรียมปรับพื้นที่เป็นถนนสัญจรให้ แต่ในส่วนของหัวงาน (ต้นน้ำ) มีชาวบ้านบางรายแสดงความกังวลอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่เดิมเคยมีต้นไม้และธรรมชาติช่วยชะลอน้ำ แต่เมื่อมีการเปิดหน้าดินออกทำให้เหลือเพียงดินผสมทราย เมื่อเกิดฝนตกติดต่อกันน้ำเริ่มกัดเซาะจนเห็นชั้นหิน
“กลัวทุกครั้งที่ฝนตก เพราะน้ำที่นี่เป็นน้ำป่า ไหลแรงมาก ก่อนหน้านี้มีธรรมชาติกั้นอยู่พอเอาออกหมดก็เหลือแต่ทรายกับดิน ทุกวันนี้ตื่นมาสะดุ้งกลางดึกตลอด กลัวว่าถ้าน้ำมาสวนจะจมและที่ดินจะพังเพิ่ม แต่อยากฝากถึงชลประทานให้ช่วยเคลียร์หน้างานให้ดี นำหินก้อนใหญ่มาดักให้แน่นหนา และอยากได้ถนนเข้าสวน เพราะตอนนี้ที่ดินตรงนี้เป็นที่ตาบอด ต้องคอยขอทางคนอื่นผ่าน ถ้าชลประทานปรับปรุงหน้างานและทำถนนให้ตามที่คุยกันไว้ ชาวบ้านก็ดีใจและนอนหลับได้”

ทั้งนี้ ในส่วนของการทำถนน พบปัญหาอุปสรรคเนื่องจากมีชาวบ้านบริเวณทางโค้งประมาณ 3-4 ราย ที่ยังไม่ยินยอมสละพื้นที่ให้เนื่องจากเสียดายต้นยางพารา ทำให้ไม่สามารถตัดทำทางยาวตลอดสายได้ ซึ่งในสัญญาเดิมก็ไม่ได้ระบุเรื่องการทำถนนไว้ แต่ทางโครงการพร้อมจะปรับพื้นที่ให้หากเคลียร์ปัญหากับเจ้าของที่ดินลงตัว
นายนเรศ พานมี นายช่างชลประทานชำนาญงาน หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 5 สำนักงานก่อสร้างชลประทาน ขนาดกลางที่ 16 เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสื่อมวลชนและพบปะชาวบ้านว่า โครงการนี้ออกแบบและก่อสร้างตามหลักวิศวกรรม มีวิศวกรตรวจรับงานอย่างถูกต้อง โครงสร้างมีความแข็งแรงแน่นอน และขอชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่า “อาคารนี้เป็นอาคารป้องกันตลิ่งพังทลาย ไม่ใช่อาคารป้องกันน้ำท่วม” เนื่องจากเป็นพื้นที่โค้งน้ำที่มีความแรงของน้ำสูง ส่วนทางตรงจะไม่มีการวางโครงสร้างเพราะความแรงของน้ำต่างกัน หากน้ำมาปริมาณมากย่อมล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เกษตรตามธรรมชาติ แต่โครงสร้างนี้จะช่วยไม่ให้ตลิ่งทรุดตัวพังทลายหายไปกับน้ำ

สำหรับข้อกังวลของชาวบ้านบริเวณหัวงาน นายนเรศ ระบุว่าได้รับทราบปัญหาแล้ว และทางหน่วยงานรัฐไม่อยากเป็นจำเลยหรือสร้างความขัดแย้งกับประชาชน พร้อมจะเข้ามาแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนให้ทันที
นายนเรศ ระบุอีกว่า “ก่อนที่จะส่งมอบงานอย่างเป็นทางการ เอกสารยังอยู่บนโต๊ะ ผมจึงต้องลงมาดูพื้นที่จริงร่วมกับท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และพี่น้องสื่อมวลชน ตรงไหนที่ชาวบ้านกังวล โดยเฉพาะตรงหัวงานที่เป็นจุดเปลี่ยนผ่าน ทางโครงการจะสั่งการให้ผู้รับเหมานำหินก้อนใหญ่ (หินทิ้ง) มาวางเสริมความแข็งแกร่งเพื่อลดแรงปะทะของน้ำและป้องกันหน้าดินสไลด์เพิ่ม”
“ทุกอย่างจบที่ผม ขอให้ชาวบ้านสบายใจได้ และที่สำคัญ โครงการนี้มีประกันสัญญายาวนานอีก 2 ปี หากหลังจากส่งมอบงานไปแล้ว เกิดการชำรุด เสียหาย หรือมีการกัดเซาะตลิ่งเพิ่ม ขอให้แจ้งตรงมาที่ผมหรือกรมชลประทานทันที จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีตามเงื่อนไขประกันแน่นอน”
นอกจากนี้ ในส่วนของป้ายโครงการที่เดิมเป็นป้ายไวนิลแล้วถูกน้ำป่าพัดหายไป ทางชลประทานเตรียมติดตั้งป้ายโครงการถาวรเป็นป้ายโครงเหล็กสีเขียวตามมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ต่อไป



