นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวถึงการระดมเงินใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบการเงินไทยยังคงอยู่ในระดับที่สูง และเพียงพอ รองรับการระดมทุนของภาครัฐได้อย่างไร้กังวล ซึ่ง สบน.ได้ผสมผสานเครื่องมือทางการเงินในการกู้เพื่อให้ต้นทุนที่ถูกที่สุด โดยในการกู้รอบแรกเมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการกู้ผ่าน 2ช่องทาง ได้แก่ 1. การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (พี/เอ็น) และ2. การทำสัญญากู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน (เทิร์ม โลน) เพื่อช่วยให้รัฐบาลบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเพียงแค่ 1% กว่าๆ

ทั้งนี้ แม้กรอบวงเงินสำหรับใช้ในโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จะมีวงเงินมากกว่า 1 แสนล้านบาท แต่ สบน. ยืนยันว่าจะไม่มีการกู้เงินทั้งก้อนในคราวเดียว เนื่องจากรูปแบบโครงการเป็นการทยอยจ่ายเงิน เป็นระยะเวลานาน 4 เดือน ดังนั้น สบน. จะใช้กลยุทธ์ ค่อยๆ ทยอยกู้ทีละเดือน วงเงินประมาณเดือนละ 3-4 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเงินกองค้างไว้อยู่ในบัญชีโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เกินความจำเป็นของประเทศ

อย่างไรก็ตาม แผนการกู้เงินในเดือนถัดๆ ไปอาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้โดยต้องพิจารณาปัจจัยร่วม 2 ประการ คือ หากมีโครงการช่วยเหลือใหม่ๆ ได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจาก ครม.รวมถึงต้องประเมินวงเงินจริงที่ประชาชนใช้สิทธิ์ในแต่ละเดือน เนื่องจากสิทธิ์ที่ใช้ไม่หมดในแต่ละเดือนจะไม่สามารถนำไปทบในเดือนถัดไปได้