เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. แถลงตอบโต้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กรณีที่มีการนำคลิปการเลือกตั้ง สว. ออกมากล่าวหาว่ามีการฮั้ว สว. ว่า ต้องถามกลับว่านายพริษฐ์ทราบหรือไม่ว่าโพยนั้น ศาลคดีอาญาทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาไว้แล้วว่า การนำโพยหรือเอกสารที่เป็น สว.3 ใดๆ เข้าไป ในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด ซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจหลัก ส่วนคลิปที่นายพริษฐ์เปิดเผยมานั้น ขอถามว่าได้มาอย่างไร ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และถ้าคลิปนี้อยู่ในสำนวน การที่นายพริษฐ์เอาออกมาจากสำนวนศาล หรือสำนวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับอนุญาตจากใคร และนายพริษฐ์ใช้อำนาจใดหรือกฎหมายใดในการนำคลิปออกมา
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนเสียงในคลิปที่นายพริษฐ์อ้างว่ามีโพย มีการทุจริต ขอถามว่ามีประโยคใด ที่ทำให้การเลือกตั้งทุจริตบ้าง และภาพหรือแบ๊กกราวด์ต่างๆ ที่มีการเดินของคนในวันเลือกตั้ง มีการกระทำความผิดเรื่องการเลือกตั้งหรือไม่
“นี่คือสิ่งที่ท่านพริษฐ์ต้องการสื่ออะไร หรือสื่อของท่านคือ เพื่อให้เกิดระบอบส้ม เกิดคอนเทนต์ เน้นยอดไลก์ยอดแชร์แต่ไม่เน้นข้อเท็จจริงใดๆ สื่อให้สังคมเข้าใจอะไรผิดๆ นี่คือสิ่งที่ผมไม่สามารถยอมรับได้” นายพิสิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า คงไม่สามารถไปดำเนินการตามกฎหมายใดๆ ได้ เพราะคลิปก็มาด้วยไม่ชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว และต้องไปถาม กกต. ว่าได้อนุญาตให้ปล่อยคลิปมาหรือไม่ และการปล่อยคลิปนั้นใช้อำนาจอะไร ซึ่งไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่ที่ต้องมาอธิบาย เพราะกังวลว่า จะเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าโพยผิดกฎหมาย แต่ความจริงแล้วโพยต่างๆ ศาลวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นความผิด
เมื่อถามว่า ล่าสุดมีคลิปเปิดเผยว่าคนที่ยื่นโพยให้กับ กกต. คือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำให้มีข้อสังเกตว่านายมงคลอาจมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า จากที่เห็นคลิปล่าสุด ที่นายพริษฐ์อ้างนั้นว่าเป็นนายมงคล แล้วมีการยื่นเอกสาร หากถามตนเอาตรงๆ ว่า ไม่รู้ว่าเอกสารที่ท่านนั้น เป็นเอกสารอะไร อาจต้องให้นายพริษฐ์ไปถามนายมงคลเองว่าเอกสารดังกล่าวคืออะไร แต่ถ้ามีการกระทำผิดจริง เชื่อว่า กกต. จะต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันที่เลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปีขนาดนี้
เมื่อถามว่า มองว่าการนำคลิปการเลือก สว. มาเปิดเผย เป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ที่เป็นการดิสเครดิต แต่ไม่ทราบว่านายพริษฐ์อยู่ในฐานะของอะไร เกี่ยวกับผู้ได้เสียหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สว. และนายพริษฐ์อยู่ในฐานะพรรคการเมืองด้วยซ้ำ แต่ที่มาก้าวก่ายเรื่องนี้อาจใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ (รธน.) ก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมืองก็เป็นไปได้
ด้าน พล.ต.ต.สุนทร กล่าวว่า ที่ออกมาเปิดเผย ไม่ใช่ต้องการว่าหากเราผิด คนอื่นต้องผิดด้วย เพราะอีกกลุ่มมีโพยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หลังวันเลือก สว. เมื่อปี 2567 มีสถานีโทรทัศน์นำโพยไปออกอากาศ โดยระบุว่าเป็นกลุ่ม 2-20 ที่บอกว่าให้เลือกใครบ้าง และได้ตามต่อจนพบคลิปที่พบว่า มีผู้สมัคร สว. กลุ่มหนึ่ง ไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าเราจะเข้ามา ทั้งนี้ บุคคลตามภาพนั้นถูกเลือกเข้ามาเป็น สว. ได้เพียง 10-20 คน และตนได้ตามต่อพบ สว. สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน มีชื่อในโพยลำดับที่ 4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการเลือก สว. ของกลุ่มเขาเป็นมาอย่างไร โดยระบุว่าได้ตกลงกันแล้ว แต่เหตุผลที่เข้ามาไม่ได้เพราะมีเหตุขัดข้องกัน ทั้งนี้คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า เลือก สว.ขั้วประชาธิปไตย ในฐานะเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ โดยพยานหลักฐานที่ว่ามีโพยนั้น ได้มาจากรายการของสื่อมวลชน ไม่ใช่ได้มาจากห้องน้ำ
“ดังนั้นการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ห้าม ทั้งนี้ สว. เสียงข้างน้อยตอนนี้ วันเลือกตอนนั้นก็มีโพยด้วย แต่ไม่โดนตรวจสอบ ดังนั้นผมขอให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบด้วย เพราะทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ส่วนอีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบกระบวนการได้มา ทั้งที่พยานหลักฐานชัด มีการประชุม และคลิปยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่ม บอกว่าพวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ แต่ประเด็นนี้ไม่มีใครพูดถึงในสื่อต่างๆ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อผมได้ผมมีคลิปทั้งหมด ทั้งนี้ที่ออกมาพูดเพื่ออยากขอความเป็นธรรมให้ สว.กลุ่ม 138 คน และอยากทำให้ความจริงปรากฏ” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว



