วานนี้ (15 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจับกุมนายธนาคารระดับมหาเศรษฐีวัย 44 ปี ณ บ้านพักหรูทางตะวันตกของลอนดอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงลอนดอน หลังจากที่เขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีสะเทือนขวัญเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ซึ่งมีนักวิ่งปริศนาจงใจผลักหญิงสาวคนหนึ่งบนทางเท้าจนล้มลงไปบนถนนและเกือบโดนรถเมล์ทับ
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจนด้วยกล้องวงจรปิดบนสะพานพัทนีย์เมื่อปี 2560 และกลายเป็นไวรัลโด่งดังไปทั่วโลกจากความโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุ
รายงานข่าวระบุว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีความเป็นมาไม่ธรรมดา โดยเขาเป็นอดีตนายทหารผ่านศึกกองทัพบกอังกฤษที่เคยร่วมรบในสมรภูมิใหญ่หลายครั้ง ก่อนจะผันตัวมาทำธุรกิจธนาคารจนประสบความสำเร็จและเป็นที่ปรึกษาให้แก่มหาเศรษฐีมากมาย ที่สำคัญเขายังมีสายสัมพันธ์ทางครอบครัวเชื่อมโยงกับราชวงศ์เก่าแก่หลายแห่งในยุโรป รวมถึงราชวงศ์วินด์เซอร์ของอังกฤษด้วย อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่เปิดเผยชื่อจริงของเขาต่อสาธารณชน


ย้อนกลับไปในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 คลิปวิดีโอซึ่งต่อมากลายเป็นไวรัล เผยให้เห็นนาทีระทึกขณะที่นักวิ่งชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้าหากล้องแล้วจู่ๆ ก็ผลักเหยื่อสาววัย 33 ปีอย่างแรงจนร่างของเธอถลาลงไปอยู่บนพื้นถนน
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง รถเมล์สองชั้นคันหนึ่งก็กำลังวิ่งตรงมาที่หญิงสาว แต่โชคยังดีที่ โอลิเวอร์ ซาลบริส คนขับรถเมล์ในวันนั้นหักหลบได้ทันเวลา ทำให้ล้อรถเฉียดศีรษะของเธอไปเพียงไม่กี่นิ้ว เหยื่อสาวจึงรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์และบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ที่น่าตกใจคือ หลังจากนั้นเพียง 15 นาที นักวิ่งคนเดิมได้วิ่งย้อนกลับมาทางเดิม หญิงผู้เสียหายพยายามเข้าไปเผชิญหน้าเพื่อคาดคั้นให้เขายอมรับผิด แต่เขากลับทำเมินเฉยและวิ่งผ่านไปราวกำลังไม่เคยลงมือทำเรื่องที่อาจถึงแก่ชีวิตคนได้
ตำรวจลอนดอนเคยปิดคดีปริศนานี้ไปแล้วในปี 2561 ด้วยความสิ้นหวังที่จะหาตัวคนผิด หลังจากสอบปากคำผู้คนไปมากกว่า 50 ราย และจับกุมผู้ต้องสงสัยไป 3 คน ซึ่งรวมถึงนักการเงินชาวอเมริกันรายหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยตัวไปเพราะขาดหลักฐาน
จนกระทั่งล่าสุด ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญจนนำไปสู่การจับกุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยทางกรมตำรวจนครบาลลอนดอนยืนยันว่ามีการจับกุมจริงและกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนขยายผลต่อไป


โอลิเวอร์ ซาลบริส คนขับรถบัสคันดังกล่าวเผยว่า เขายังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นทุกครั้งที่ต้องขับรถข้ามสะพานพัทนีย์
“เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมอยู่บนสะพาน ผมจะคอยมองคนเดินถนนบนทางเท้าอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ มันอดไม่ได้จริงๆ ครับ ผมคงไม่ถึงกับพูดว่ามันตามหลอนผมนะ แต่บอกได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะลืมได้ง่ายๆ” เขาให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเดลีเมลเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ผมรู้สึกดีใจมากที่วันนั้นตัวเองตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงจบลงในอีกรูปแบบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง ทั้งสำหรับตัวผมเองและผู้หญิงที่ถูกผลัก เพราะขนาดผมหักหลบเพื่อเลี่ยงเธอแล้ว หัวของเธอก็ยังอยู่ห่างจากตัวรถและล้อรถบัสเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้นเอง”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : Metropolitan Police Service



