ผลสำรวจระดับประเทศโดยมาร์เก็ตบัซซ์ (Marketbuzzz) ร่วมกับวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากกลุ่มตัวอย่าง 805 คนทั่วประเทศในเดือนเมษายน 2569 พบว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่คนไทยกังวลเรื่องค่าครองชีพมากที่สุด โดย 45% ระบุว่าราคาสินค้าที่แพงขึ้นเป็นปัญหาอันดับ 1 ของประเทศ ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 43% ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 35% การทุจริตคอร์รัปชันภาครัฐ 30% และปัญหาการว่างงาน 26%

นอกจากค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจแล้ว ผลสำรวจยังพบว่า ปัญหาอาชญากรรม การจราจร และระบบสาธารณสุข ก็ยังคงติดอยู่ใน 10 อันดับแรกที่คนไทยกังวลเช่นกัน

เทรนด์รักษ์โลกไม่แผ่ว

แม้ว่าหลายครัวเรือนจะพยายามรัดเข็มขัดในการใช้จ่ายมากขึ้น ทว่าความสนใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อมกลับไม่ได้ลดลง โดย 72% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มขึ้นจาก 66% ในปี 2568 และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจ

‘มร.แกรนท์ บาร์โทลี’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ์ กล่าวว่า คนไทยกำลังปรับตัวภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ยังต้องการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม และมองหาองค์กรหรือแบรนด์ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

ห่วงโลก แต่ยังทำไม่ถึง

ผลสำรวจพบว่า 61% ของคนไทยมองว่าสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยตรง แต่การลงมือปฏิบัติส่วนใหญ่ยังเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน 51% การพกถุงผ้าไปซื้อของ 44% การรีไซเคิลขยะ 43% และการแยกขยะ 41%

ส่วนพฤติกรรมที่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมากขึ้นยังมีสัดส่วนไม่สูงนัก โดย 31% ปฏิเสธรับถุงพลาสติกจากร้านค้า และ 25% เลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ข้อมูลดังกล่าวชี้ว่า ความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมของคนไทยยังไปไม่ถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในวงกว้าง

โลกร้อนยังน่ากังวล

เมื่อพิจารณาเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า ภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่คนไทยกังวลมากที่สุดที่ 53% ตามด้วยมลพิษทางอากาศ 51% การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 27% ภัยแล้ง 27% และน้ำท่วม 25% ส่วนสาเหตุของมลพิษทางอากาศที่คนไทยกังวลมากที่สุด คือ การเผาขยะและการเผาทางการเกษตร 46% รองลงมาคือควันไอเสียจากรถยนต์ 40%

ด้าน ‘ศ.ดร.นันทวรรณ วิจิตรวาทการ’ คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้คนไทยต้องรับมือกับค่าครองชีพและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทว่าสิ่งสำคัญที่ยังขาดอยู่คือการเปลี่ยนความกังวลที่ว่านี้ ให้กลายเป็นการลงมือทำ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและภาคธุรกิจในการสร้างเงื่อนไขและเครื่องมือ เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น