เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายศุภโชค ศรีสุขขจร สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย ประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม สภา แถลงกรณีการดำเนินกิจการของ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ว่า กมธ. ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มาหารือ มีเพียงบริษัทซิน เคอ หยวนเท่านั้น ที่ส่งเป็นเอกสารชี้แจง กมธ. ซักถามถึงสาเหตุที่ปิด บ.ซินเคอหยวน ครั้งแรก และสาเหตุที่กลับมาเปิดอีกครั้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ตอบชัดเจนว่าการกลับมาเปิดของบริษัทดังกล่าว ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของทางรัฐมนตรี เป็นของกรมโรงงาน ฯ มาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน ระบุว่าหากโรงงานไม่สามารถทำตามมาตรฐานที่กรมโรงงานฯ กำหนดไว้ กรมโรงงานฯ มีอำนาจสั่งปิดเพื่อให้หยุดกระบวนการผลิตทั้งหมด

ทางกรมโรงงานฯ ได้ชี้แจงว่ากระบวนการผลิตของบริษัทดังกล่าวได้มาตรฐานตามที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งกรมโรงงานฯ สุ่มตรวจเหล็กจำนวน 41,635 เส้น ส่งให้สถาบันทดสอบคุณภาพเหล็ก ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสมาคมเหล็กตรวจสอบแล้ว พบว่าเหล็กของบริษัทดังกล่าวได้มาตรฐานตามที่ มอก. กำหนด

นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้า กมธ. มีมติว่าจะมีการหารือถึงการยกระดับร่างประกาศ มอก.ฉบับใหม่เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นไอเอฟ เช่น เหล็กไอเอฟที่ความบริสุทธิ์ของเหล็กสู้อีเอฟไม่ได้ ซึ่ง รมว.อุตสาหกรรม เป็นห่วง ดังนั้นโรงเหล็กไอเอฟทุกโรงต้องมีโรงปรุง เพื่อให้เหล็กได้มาตรฐานตามที่ มอก.ฉบับใหม่จะบรรจุ

นายศุภโชค กล่าวอีกว่า กมธ. ได้ซักถามระเบียบที่มีอยู่ โดย มอก.ฉบับเดิมระบุว่าต้องมีโรงปรุงหรือกรรมวิธีอื่นๆ ในการทำเหล็กให้ได้มาตรฐาน ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมยืนยันกับ กมธ. และบันทึกไว้ในที่ประชุมแล้วว่าจะมีการสั่งตรวจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุดิบในการผลิต เมื่อผลิตเสร็จแล้วไปจนถึงร้านที่วางขาย จะมีการสุ่มตรวจสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีการส่งผลตรวจทุกสัปดาห์

รัฐมนตรีมีคำสั่งไม่ใช่ตรวจเฉพาะโรงงานซิน เคอ หยวน แต่จะตรวจเหล็กทุกแห่ง 40 กว่าโรงที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไอเอฟ เพราะ มอก.ฉบับเก่ายังมีช่องโหว่อยู่ ซึ่งอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทางรัฐมนตรีรวมถึง กมธ. เราจะผลักดันมาตรฐาน มอก.ฉบับใหม่ให้ได้มาตรฐาน ให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาเชื่อมั่นเหล็กไทยเราอีกครั้ง