สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่า นางเพนนี หว่อง รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า คำแนะนำ “ห้ามเดินทาง” ก่อนหน้านี้ ถูกลดระดับลงสำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ บาห์เรน อิสราเอล และคูเวต หลังสหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงคราม

ด้านบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการบิน “ซีเรียม” ระบุว่า การยกเลิกคำเตือนห้ามเดินทาง นับเป็นข่าวดีสำหรับสายการบินในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย เนื่องจากก่อนที่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา สายการบินเหล่านี้ให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 50% ของผู้โดยสารทั้งหมดที่เดินทางจากยุโรป ไปยังออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะแปซิฟิก

เนื่องจากนักเดินทางชาวออสเตรเลียจำนวนมาก กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากขีปนาวุธและโดรน รวมถึงการชะงักงันของตารางเที่ยวบิน และการขาดความคุ้มครองจากประกันการเดินทาง พวกเขาจึงเลือกใช้บริการสายการบินอย่าง แควนตัส แอร์เวย์ส, สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส และคาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์ส ของฮ่องกง ซึ่งแวะพักในเอเชีย ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น

ทั้งนี้ บริษัท ไฟลต์ เซ็นเตอร์ ทราเวล กรุ๊ป (เอฟซีทีจี) ระบุว่า นักเดินทางที่จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าไปยังยุโรป ในเส้นทางบินผ่านตะวันออกกลาง มักแก้ไขหรือยกเลิกแผนการเดินทาง ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำเตือนของรัฐบาล

ขณะที่สายการบิน “เอมิเรตส์” ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะออกมาตรการจูงใจ โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักเดินทางที่กังวลเกี่ยวกับสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ โดยมุ่งเน้นไปที่ความน่าเชื่อถือและบริการลูกค้า มากกว่าการลดราคาตั๋วเครื่องบิน เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS