สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่าจำนวนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยในสหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร อยู่ที่ 9.59 ล้านคนในปี 2568 แทบไม่เปลี่ยนแปลงจาก 9.58 ล้านคนในปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่เกิดขึ้นหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
รายงานระบุว่า จำนวนคำขอลี้ภัยลดลงเหลือ 770,000 รายในปี 2568 จาก 1.01 ล้านรายในปี 2567 และ 1.1 ล้านรายในปี 2566
นายโทมัสโซ ฟรัตตินี รองผู้อำนวยการของสถาบัน กล่าวว่า ช่วงเวลาของการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ลี้ภัยในยุโรป ดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว
Europe’s refugee population stabilises after a decade of growth, study shows. This shift may impact social integration policies and regional planning. More details: https://t.co/xCG3pTU316 #Europe #Refugees #Policy #Migration #GlobalTrends: https://t.co/YPtbLeeQJc
— Global Banking & Finance Review (@GBAFReview) June 19, 2026
อย่างไรก็ดี ตัวเลขโดยรวมที่คงที่นั้น ปกปิดความแตกต่างระหว่างประเทศต่าง ๆ เช่น เยอรมนี ซึ่งรับผู้ลี้ภัยและมีผู้ขอลี้ภัยมากที่สุดในยุโรป บันทึกจำนวนผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยลดลง 4.7% ขณะที่อิตาลีลดลง 17.9% ส่วนฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษบันทึกจำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้น
รายงานระบุว่า การลดลงของเยอรมนีส่วนใหญ่สะท้อนถึงการไหลเข้าที่ลดลง และการได้รับสัญชาติของกลุ่มผู้ลี้ภัยก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะชาวซีเรียและชาวอิรัก มากกว่าการเดินทางออก
ชาวซีเรียยื่นขอลี้ภัยน้อยลงกว่า 70% หลังการล่มสลายของระบอบอัสซาดในปลายปี 2567 ขณะที่คำขอจากชาวเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้น 24% เป็น 91,000 ราย
รายงานระบุว่า ชาวยูเครนยังคงคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัย และผู้ขอลี้ภัยทั้งหมดในสหภาพยุโรปและอังกฤษ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



