ในการทำซวนเหย่ คนท้องถิ่นจะล้างผักและผลไม้ โดยปอกเปลือกหรือหั่นเป็นชิ้น แล้วนำไปใส่ในภาชนะหมักดอง จากนั้น เติมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าว เกลือ น้ำตาล พริก และน้ำบริสุทธิ์ แล้วหมักทิ้งไว้
เทคนิคฝีมือการทำซวนเหย่ของหนานหนิง ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับเขตปกครองตนเอง ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการโอบรับความหลากหลาย โดยวัตถุดิบแทบทุกอย่างสามารถนำมาดองได้ ทำให้ซวนเหย่กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของกว่างซีในช่วงฤดูร้อน
ณ ร้านค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นศูนย์สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ตั้งอยู่ในเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกองผลไม้ตามฤดูกาลหลากสีสันตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นลูกพลัม ฝรั่ง มะละกอ สับปะรด หรือแม้กระทั่งมะม่วง

ขณะที่ผักก็มีความหลากหลายไม่แพ้กัน มีทั้งแรดิช กะหล่ำปลี แตงกวา และอื่น ๆ ซึ่งล้วนสามารถนำมาดองในโหลได้เช่นกัน
ซวนเหย่ถนอมความหวานตามธรรมชาติของผักผลไม้สดเอาไว้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มความกรอบรสจัดจ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทุกคำที่กัดเริ่มต้นด้วย “ความกรุบกรอบ” อันอิ่มเอม ตามด้วยความเปรี้ยวของผลไม้ที่ผสานเข้ากับเครื่องปรุงได้อย่างลงตัวถึงใจ สร้างรสสัมผัสเป็นชั้น ๆ แบบเลเยอร์ที่มีทั้งความกรอบ หวาน เปรี้ยว และเผ็ด รสชาติอันผสมผสานที่เข้มข้นนี้ ทิ้งความประทับใจไว้ให้ยังคงติดตรึงใจมิอาจลืมเลือน

ปัจจุบัน อาหารริมทางยอดนิยมนี้กำลังก้าวสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และแพร่หลายไปทั่วจีน และจำนวนผู้ชื่นชอบที่เพิ่มมากขึ้นนี้เอง ที่ช่วยรักษาให้เทคนิคดั้งเดิมเหล่านี้ยังคงอยู่และเฟื่องฟูต่อไป.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ข้อมูล-ภาพ : People’s Daily



